26 August 2011 nissan leaf Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้าไทยแล้ว เท่แบบกรีนๆ 2.85 ล้าน

nissan leaf

nissan leaf

Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้าไทยแล้ว 2.85 ล้าน

พอพูดถึงรถไฟฟ้า เราจะเห็นได้ว่าหลายๆคนเริ่มไม่ตื่นเต้นกันเพราะเคยได้ยินมามาก แต่ที่จริงแล้วรถไฟฟ้าที่ออกข่าวมาส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงรถต้นแบบและติดปัญหาในการใช้งานจริง หรือการรับรองในการใช้งานต่อนานาชาติ

Nissan Leaf คือรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ผลิตเป็นจำนวนมาก และสามารถใช้งานได้ทั่วไป และคนธรรมดาสามารถเป็นเจ้าของได้คันแรกของโลก มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงและคนอายุน้อย ถือเป็นนวตกรรมระดับโลก ผ่านการเมืองมาอย่างโชกโชน มีความยิ่งใหญ่ในวงการรถยนต์จนทำให้บริษัท Nissan คือบริษัทรถยนต์หนึ่งเดียวที่ติดอันดับบริษัท TOP innovation ระดับโลกร่วมกับ Apple, facebook twitter และ Google

ภายในทันสมัย

ภายในทันสมัย

รถคันนี้ไม่มีไอเสียออกมาเลย ไม่มีความสั่นสะเทือน ไม่มีกลิ่น ไม่มีเสียง Nissan บอกว่ามันให้อารมณ์ราบเรียบเหมือนกับการ “ส่งเอกสารด้วยนกพิราบ” แต่ยังคงขับสนุกตามสไตล์นิสสัน

ความยิ่งใหญ่ของการผลักดันรถไฟฟ้า 100%

Carlos Ghosn CEO และ Chairman Nissan

Carlos Ghosn CEO และ Chairman Nissan

การใช้พลังงานฟอสซิล และน้ำมัน คือผลประโยชน์และการเมืองระดับโลกที่ทำให้รถไฟฟ้าไม่พัฒนา และทำให้รัฐบาลในหลายประเทศยังลังเลที่จะสนับสนุนรถไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งก็ทำให้ไม่เกิด Station การเติมไฟฟ้าเร่งด่วนสักที แต่นิสสันได้มุ่งมั่นและฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆซึ่งต้องนับถือจิตใจที่เข้มแข็งของเหล่าผู้บริหาร

Nissan Leaf สามารถที่จะเสียบปลั๊กไฟในบ้านได้เลยโดยไม่ต้องการสถานีเติมไฟเร่งด่วนแต่อย่างใด

Spec และการใช้งานของ Nissan Leaf

เปิดจมูกด้านหน้า Leaf ชาร์ทไฟได้

เปิดจมูกด้านหน้า Leaf ชาร์ทไฟได้

- รถยนต์คันนี้สามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ 145 km/h ความเร็วบนทางด่วน 100-130 ซึ่งเพียงพอต่อการเดินทาง
- มีแรงม้าประมาณ 80 แรงม้า
- มีแรงบิด 207 ปอนด์ฟุต
- มีระบบ ABS EDB ถุงลม
- ใช้เวลาชาร์จ 8 ชั่วโมงจากระบบไฟบ้านปกติ
- สามารถ Quick charge โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ได้ไฟ 80% ของแบ็ตเตอรี่ (พักรถที่ปั๊มเวลาเดินทางได้)
- ไฟเต็ม 100% สามารถเดินทางได้ 200km
- มีระบบ regenerate เบรค สร้างไฟฟ้ากลับคืน เหมือนรถไฮบิริจทั่วไป
- ใช้แบ็ตเตอรี่ลิเทียมไอออน
- ดีไซน์ลักษณะเหมือนรถอนาคต น่ารักทันสมัย
- มีมาตรวัดไฟฟ้าแทนน้ำมัน
- การสตาร์ทแทนที่จะเป็นเสียงเครื่องยนต์ เปลี่ยนเป็นเสียงเพลงน่ารักๆสไตล์ญี่ปุ่นแทน
- หัวเกียร์มีรูปร่างคล้ายเมาส์ มีโหมด P N D และ Eco
- ปุ่มสตาร์ท keyless go ไม่ต้องใช้กุญแจตามสมัยนิยม
- ความรู้สึกในการขับเร่งได้แรงเหมือนรถ 1.5
- ไม่มีท่อไอเสีย

สำหรับผู้ที่นำเข้าตอนนี้ลองไปเซิร์ทหาดูกันได้ ขณะที่เขียนนี้มีอยู่ 6 คัน 6 สี มีการรับประกันแบ็ตเตอรี่ยาวนานจนไม่ต้องกังวล สำหรับราคา 2.85 ล้านนั้นถือว่าค่อนข้างสูงเนื่องจากยังเป็นสินค้า innovation ที่มีผู้ใช้น้อยและมีอัตราภาษีนำเข้า แต่ถ้าเทียบกับรถราคาเท่าๆกันคันอื่น (เช่น Camry 3.5 หรือ Mini หรือ BMW series3) ก็ยังถือว่าน่าใช้ และเป็นกิมมิคที่ผู้ใช้จะได้พูดคุยกับคนอื่นๆได้เป็นอย่างดีทีเดียว แถมเนื่องจากรถไฟฟ้าในไทยยังไม่เป็นที่รู้จักมาก ดังนั้นคุณเองอาจไปขอชาร์จที่โรงแรมที่คุณเดินทางไปพักได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ

ฝากโฆษณา วงดนตรี งานแต่งงาน

Tags: , , , , , ,

55 Responses to “Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้า 100% เข้าไทยแล้ว เท่แบบกรีนๆ 2.85 ล้าน”

  1. ArShuRaZ says:

    แพงเว่อร์ไปหรือเปล่า ที่ยุโรปขายกันแค่ล้านเดียว

  2. energythai says:

    แพงเว่อร์จริงค่ะ แต่การเปิดตลาดรถรุ่นใหม่ ยากจริง ต้องลงทุนด้านศุลกากรเยอะ ถ้าขายได้ดีๆ ก็จะถูกลงเองค่ะ

  3. sunchild says:

    ราคานี้ ซื้อรถธรรมด ราคา 4 5 6 แสน ขับ ก็จะมีเงิน เหลือเติมน้ำมันได้ 20 กว่าปี

    เพราะ ถ้า เราซื้อรถ ราคา 6 แสน บาท เหลืออีก 2 ล้าน ไว้เติมน้ำมัน

    ถ้า ค่าน้ำมันตกวันละ 300 บาท หรือเดือน ละ 10000 – 12000 นะ ตกปีละ 100,000 ถึง 120,000 10ปีก็ 1 ล้าน ถึง ล้าน2

    รถไฟฟ้า ราคา 2ล้าน 8แสน 5หมื่น ซื้อรถธรรมดา ราคา 8 แสน อย่างดีขับได้สบายๆ และเงิน 2 ล้านก็ซื้อน้ำมันเก็บไว้เติมได้ 20 กว่าปี

  4. energythai says:

    @sunchild 10 กว่าปีที่ผ่านมา ค่าน้ำมันเราขึ้นมา 4 เท่านะคะ :) แต่ก็อยากให้รัฐบาลสนับสนุนเหมือนกันค่ะ ราคานี้แพงเพราะภาษีนำเข้าค่ะ

  5. leaf life says:

    แต่ 10 ปี ไม่สร้างมลพิษนี่ จะคุ้มมั้ยครับ

  6. มาเคด้า says:

    แพงมากถึงมากๆครับ รถแบบนี้ข้อดีมันมีก็จริง แต่ข้อจำกัดก็ไม่น้อย ที่อเมริกาขายกันล้านต้นๆ แบตเตอรี่ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยนเป็นต้นทุนมหาศาล แถมชาร์จจริงๆถ้าให้เต็มต้องใช้เวลาถึงแปดชั่วโมง ถึงน้ำมันจะแพงขึ้นสี่เท่าหรือห้าเท่าก็ตาม หากหักลบกับต้นทุนซื้อรถชาร์จไฟราคาสองล้านกว่าๆ ซึ่งจริงๆไม่ควรเกินสองล้านถือว่าเต็มที่แล้ว เพราะรถประเภทนี้ค่าบำรุงรักษาหนักแน่นอน เพราะเป็นรถที่เพิ่งเข้าตลาดมาใหม่ อะไหล่ย่อมมีราคาสูงกว่ารถที่ผลิตในแบบเดิมๆ ผมว่าการเอากรีน มาร์เกตติ้ง มาเล่นแบบนี้แล้วบวกราคาถึงขนาดนี้ คงต้องรอให้หลายๆค่ายเข้าร่วมเล่นแล้วพิจารณาทางเลือกอื่นๆประกอบด้วยจะดีกว่า เผื่อตลาดมันโต การแข่งขันมากขึ้น ราคาอาจไม่บ้าเลือดขนาดนี้

  7. คนธรรมดา says:

    “คนธรรมดาสามารถเป็นเจ้าของได้”
    2.85 ล้าน….. บร้าไปแล้ว คนธรรมดาเหรอเนี่ย?

  8. เจ๊เอง says:

    เจ๊ว่านะคะ จริงๆ รัฐควรจะส่งเสริม ให้ภาษีของรถไฟฟ้า ถูกกว่ารถน้ำมันนะคะ
    เพราะว่าช่วยประเทศเรื่องน้ำมัน แล้วยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกค่ะ

    อยากซื้อมาใช้แต่เห็นราคา(บวกภาษีและฯลฯ)แล้ว ขอบายไปก่อนดีกว่าค่ะ

  9. คนชอบรถไฟฟ้า says:

    รอรถไฟฟ้าที่ผลิตเชิงพาณิชย์มาสิบกว่าปีแล้วครับ คันนี้ใช้ได้ทีเดียว เรื่องราคาก็เป็นไปตามที่คาดไว้
    ผมว่ามันคุ้มค่ากับสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น คนเราเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โลกป่วย เราเองก็ป่วย เราเสียเงินค่าเดินทางไปหาหมอ เสียค่ายาค่าหมอไปกันปีละเท่าไหร่
    คิดดูว่าถ้าเราหยุดเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้ โลกก็จะฟื้นตัว สิ่งแวดล้อมก็จะดี เราก็จะไม่ป่วย แถมเรายังเดินทางไปไหนต่อไหนได้เหมือนเคยด้วยรถยนต์ นี้ถ้ากระบวนการผลิตเจ้ารถคันนี้ก็ไม่ใช้น้ำมันหรืออาจใช้แต่น้อยมากด้วยแล้วก็จะดีมากๆ

  10. pung says:

    ผมว่าไม่ใช่ราคานี้ นะครับ ลองหาข้อมูลเว็ปอื่นดู ถ้าราคานี้เห็นทีเมืองไทยคงมีคนซื้อน้อยนะครับ (ว่าไปกันตามเหตุผล)

  11. pung says:

    http://auto.sanook.com/2286/ฮือฮา…-nissan-leaf-อาจจำหน่ายในราคา-4-แสนบาทเท่านั้น/

  12. iPattt says:

    ทั้งสองฝ่ายต้องหาข่าวเพิ่มเติมครับ ผมว่าสี่แสนบาทเป็นไปได้ยากมาก เพราะที่ญี่ปุ่นยังขาย 2.984 ล้านเยน
    ซึ่งหารเป็นเงินไทยคือ 1.232 ล้านบาท และโดยปกติรถนำเข้าในไทยคูณภาษีกันสอง-สามเท่าอยู่แล้ว

    ถ้าคุณเป็นบริษัทนำเข้าคนแรกๆ ยังต้องทำเกี่ยวกับ service และศูนย์บริการพร้อมทั้งดำเนินพิธีกรรมด้านภาษีของอะไหล่
    อีกด้วย ราคานี้จึงเป็นราคาที่เป็นไปได้สำหรับผู้นำเข้ารายแรกครับ

    อย่างไรก็ตามถ้าในที่สุดมีการผลิตที่เมืองไทย และรัฐช่วยเรื่องภาษีสุดๆ (ซึ่งคงโดนเจ้าอื่นร้องเรียน) ก็มีสิทธิเป็นไปได้ว่าราคา
    จะต่ำกว่าล้านบาทครับ :)

    ราคานี้ระหว่าง Mini Cooper S กับ Leaf ผมว่า Leaf เท่กว่านะ มีเรื่องให้คุยโม้โอ้อวดรักโลกมากกว่าอีกด้วย เหมาะกับรัฐมนตรีมาก :P

  13. bird says:

    อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการใช้มากกว่านี้ โดยลดภาษานำเข้าให้มากกว่านี้ จะได้มีการเติบโตที่ดี

  14. bird_kk says:

    ถ้าเปิดขายจริง มีศูนย์ลองรับ และมีราคาไม่ถึงล้าน อันนี้น่าสนมากครับสำหรับรถไฟฟ้า

  15. ณัฐรินีย์ says:

    อยากได้คงไม่มีเงินดาว์นแน่นอนเพราะราคาแพงมาก ค่างวดคงตกเดือนล่ะ 45000 แน่นอน
    กับเงินเดือนอย่างประเทศไทย ทุกอย่างดีมาก แต่เรื่องราคานี่สิ คงกินแกลบ เพราะค่างวดแน่นอน
    คนรวยมีเงินซื้อได้แต่เราไม่มีเงินซื้อหรอกจร็าา

  16. กี้ says:

    เป็นรถไว้สำหรับคนที่คิดถึงลูกหลาน ตอนนนี้ไปดูสารคดีน้ำแข็งขั้วโลกละลายปี 2050 น้ำในระดับทะเลจะสูงขึ้น 40 ซมกทม จะเหลือมั้ยถ้าเรามาคิดถึงการใช้น้ำมันแต่อย่างเดียว เข้าใจว่าราคาแพงแต่ถ้าใช้รถไฟฟ้ากันเยอะๆ สายการผลิตจะลดต้นทุนลงได้ในอนาคต ถ้าน้ำแข็งขั้วโลกละลายหมดน้ำสูงกว่าเดิมแค่ 70 เมตรเอง..ประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหนนี่คือเรื่องจริงที่คนไทยไม่เคยสนใจกันอยู่แล้ว..

  17. ศักดิ says:

    ก็เกรงใจ ปตท เลยไม่ลดภาษี

  18. noname says:

    ตงลงว่าเค้าอยากสนับสนุนการลดใช้น้ำมันซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะจริงหรือเปล่าคับหรือเพียงแค่ต้องการเปิดตัว แล้วจะมาหาผลตอบรับจากผู้ใช้ว่านิยมหรือไม่ ผมว่านะเพียงแค่เปิดตัวเรื่องราคาก็รู้ผลแล้วล่ะ ไม่ต้องทำออกมาหรอกนะเพราะต้นแบบยังราคาขนาดนี้นี่ถ้ามีการพัฒนาคงไม่ต้องถามนะครับว่าราคาจะไปถึงไหน เรื่องภาษีนี่ก็เหลือเกิน แพงเวอร์มากๆ รัฐไม่สงสารประชาชนบ้างเลยหรอครับ นี่คนหาเช้ากินค่ำมีตังค์อยู่ แต่เวลาไปไหนมาไหนก็ลำบาก ผมเคยเห็นมานะ คนจนน่ะ เวลาไปไหนไกลๆหรือไปขนของที ไม่เช่าก็ต้องยืมรถเค้า ทีนึงก็ไม่ต่ำกว่า 500-1000 บาท ทั้งที่เค้าก็พอมีเงินเก็บจะดาวน์อยู่หรอกแต่หากดาวน์ไปก็แทบไม่เหลือเหมือนนับ 1 ใหม่เลย น่าเห็นใจ การเปิดตัวในครั้งนี้ก็คงพอทราบจำนวนของกลุ่มผู้ซื้ออยู่หรอกครับ เพราะเป็นการเปิดตัวรูปแบบเจาะกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังเท่านั้นเพื่อทดลองและพัฒนารถต้นแบบของเค้าเอง …..

  19. pom Frankfurt says:

    อย่าไปบ้า กับรถประสาทแดก พวกนี้เลยครับ มันไม่มีประสิทธิภาพดีหรอก อีกอย่างมันเป็นรถแค่โชว์ในงานมอเตอร์โชว์ ถ้าใช้งานจริงๆ ผมว่าสู้ รถใช้ก๊าซก็ไม่ได้ และตามหลักความเป็นจริง ประสิทธิภาพของรถพวกนี้ มันจะเร็วได้ไม่มาก เพราะถ้าขับเร็วมาก ไฟก็หมดไว ข้อดีของรถประเภทนี้มีอย่างเดียวครับ คือแปลก นอกจากนั้นไม่ได้เรื่อง ผมอยู่เยอรมัน ครับ เป็นประเทศที่ผลิตรถ แต่ว่า รถประเภทนี้ ประเทศเยอรมันไม่ยอมรับ

  20. พรรค เพื่อกู says:

    รัฐบาลไทยมันโคตรห่วยและโง่คิดแต่จะแดกอย่างเดียว ถ้ามันช่วยให้ลดการใช้น้ำมันได้จริงก็ควรจะลดภาษีนำเข้า
    แล้วขายให้คนสามารถซื้อได้จริงและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ราคาแพงแบบนี้ ถ้าคนฉลาดไม่ซื้อหรอกเปรียบเทียบ
    แล้วซื้อbenz ขับดีกว่า สำหรับเมืองไทยไม่ต้องพูดถึงเรื่องรักสิ่งแวดล้อมหรอกเพราะคนไทยส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว

  21. ถ้าราคาสองล้านกว่า อย่าเอามาขายเลย ผมตนหนึ่งละไม่ซื้อ

  22. Pia says:

    เป็นคนนึงที่ใช้รุ่น Nissan Leaf อยู่ค่ะ ถ้าจะว่าแพงเพราะเพิ่งเร่ิมผลิตเอามาใช้จริงบนท้องถนน แต่ว่าค่าไฟ ก็ชาร์ตช่วงกลางคืนที่คิดราคาไฟขั้นต่ำ แต่การที่จะนำเข้าไทยต้องเสียภาษีเยอะอยู่แล้ว แต่ว่ารถที่ใช้น้ำมันต้องว่ิงได้ไกลแน่นอน แต่ว่าจากผลเสียของการที่ปล่อยควันดำออกมาโดยที่ประชาชนสูดเข้าปอดโดยที่คิดว่าไม่อันตราย แต่มันสะสมในร่างกายเราโดยที่ไม่รู้ตัว

    รถนิสสันลีฟเสียงไม่ ไม่มีควัน ว่ิงได้ 110 mile/hour ซืึ่งใช้ในระยะในตัวที่เดินทางไม่ไกล แต่ถ้าหมดพลังงานก็ต้องหาที่ชาร์ตเสียบภายใน 30 นาทีและการเตินทางจะต้องวางแผนล่วงหน้าว่าจะเดินทางไปไกลเท่าไร และสถานีชาร์ตอยู่ในเขตไหนมั่ง เป็นการเรียนรู้การวางแผนการเดินทางที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยุ๋กะการชอบส่วนบุคคลค่ะ

  23. Pia says:

    รถนี้ใช้ที่ลอนดอนค่ะ แต่ถ้ารักโลกก็หันมาอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมกันเถอะ

  24. chai says:

    ดีมากครับรถคันนี้แต่ราคายังสูง ต้องให้ราคาลดกว่านี้คนส่วนมากถึงจะใช้ ฝากรัฐบาลด้วยครับ ผมก็อยากได้จะได้ช่วยสิ่งแวดล้อม ด้วยครับบบ และผมว่าสิ่งแวดล้อมสำคัญกว่าเงินในกระเป๋าอีกนะครับ

  25. people says:

    กลัวคนไม่เติมน้ำมัน กินภาษีหรือไงวะ เก็บซะแพง

  26. cat says:

    แพงมาก

  27. cat says:

    !…..!มีรถที่ใช้ไฟฟ้ายี้ห้อ doda สปอร์ต ราคา 7-8 แสนบาท ที่กำลังขายในขณะนี้ที่อเมริกาเพิ่งเปิดตัว

  28. เอิน says:

    ผมว่า จีน ยังก็อปอะไรหลายอย่างได้เพื่อลดการนำเข้า แล้วไมเราไม่ก็อปเลยล่ะ จะได้ถูกๆและจำหน่ายให้กับต่างประเทศ ไอ้ที่ว่า ค่าลิขสิทอะไรเนี่ย ผมว่ามันไม่เข้าข่ายหลอก

  29. อิิอิ says:

    ด้วยราคา รูปทรง แบบนี้ ผมเลือก Honda CR-Z ดีกว่าครับ

  30. ธนา says:

    เราช่วยกันทำช่วยกันคิดร่วมกันสร้างเพื่อนทุกคนจะได้ใช้ของถูกที่มีต้นทุนที่ถูกใจทุกคน
    เราจะต้องจับมือกันบังคับสิ่งที่ขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้อย่างชัดเจนให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป
    ที่จะไม่มีอะไรให้เราแก้ไขได้อีก..ผมรักโลกและมนุษย์ทุกคนครับ….

  31. นัท says:

    รถสำหรับคนรวยโดยแท้ คนจนหมดสิทธิ์ เพราะถ้าดาวน์ ดอกเบี้ย.. ก็บานเป็นดอกโป๊ยเซียนไปเลย

  32. กำ says:

    เอามาประกอบไทยดิ ขายสัก9แสน ปตทเจ๊งแน่

  33. นานี says:

    วัสดุอุปกรณ์ร่วม ๆ แล้ว ไม่น่าเกิน 4 แสนบาท
    ถ้าจะขายบวกภาษีแล้ว ก็น่าจะประมาณ 6 แสน ถึง 1 ล้านน่าจะสวยดี
    และเหมาะที่สุดสำหรับคนไทย ในยุคข้าวยากหมากแพง
    เพียงแต่สงสัยว่า “ทำไมรัฐไม่สงเสริมรถแบบนี้ตั้งนานแล้ว” แถมลดมลพิษด้วย
    หรือ ถูกพวกพ่อค้าเอาเงินปิดปากไว้

  34. เบื่อมลพิษ says:

    รอ อังกอร์ ของเขมรครับ แสน3เองเหอๆ ถ้าภาษีนำเข้าแพงคงต้องแอบเอาเข้ามาเอง ฮ่าๆ อยู่แค่เขมรเองนี่ ขับทั้งๆไม่มีป้ายนี่แหละ 55

    รถคนรวยคิดภาษีแพงก้พอสมเหตุ รถแบบนี้ต้องสนับสนุนครับมันเป็นอนาคตที่แน่นอนอยู่แล้วและไม่นานจากนี้ซะด้วย ต้องรอให้น้ำมันมันหมดซะก่อนรีไง

    ซื้อน้ำมันเก็บไว้ปีละแสน? มันจะไม่ใช่แบบนั้นสิครับปีหน้าอาจลิตรละ100

    ถ้ามีรถแบบนี้บนถนนเยอะๆ ผมยังนึกถึงข้อเสียของมันไม่ออกเลย

    เรื่องแพงนี่แหละครับ ซึงต้นทุนจริงๆไม่แพงเลยแพงเพราะภาษีตัวเดียว

    ต้องระดับนโยบายประเทศ ภาษีถึงจะถูกลง (เลือกตั้งคราหน้าพรรคไหนชูนโยบาย ภาษีนำเข้ารถไฟฟ้า0% ต้องเลือกพรรคนั้นครับ 555)

    เราเป็นฐานผลิต ชิ้นส่วนประกอบรถบนต์ระดับบิ๊กครับ การทำราคาให้ถูกไม่ใช่เรื่องยาก ยากตอนคุยกับผู้่ผลิตแต่ละยี่ห้อในไทยนี่แหละ มันเป็นผลประโยชน์ของคนรวยครับ ไม่รู้จะพูดยังไงมันพูดยาก พลังอำนาจมันมากเหลือเกินผลประโยชน์ของคนรวยนี่ โลกจะร้อนแตกตาย i don t care คิดแค่อยู่อีกไม่กี่ปีก้ตายแล้ว

    ลิ้งค์ล่างนี่รถเขมรผลิตจีนขอร่วมทุน ไม่นึกเลยว่าต้องมารอใช้รถเขมรผลิต

    http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9540000036373

  35. ขอบคุณสำหรับข่าวสารดีๆ ครับ .. ตอนนี้เห็นท่าจะยังต้องปั่นจักรยานไปพลางๆ ก่อน (เกือบเงินได้ถึงแสนเมื่อไหร่ ตอนนั้นรถไฟฟ้าอาจจะเหลือราคาแค่แสนเดียวก็ได้ ;)

  36. ENERGY MAN says:

    มองจากภาพที่เห็นภายนอกภายในเหมาะกับเป็นซิตี้คาร์มั๊กๆครับแต่มีข้อนึงที่ผมสงสัยมานานเป็นสิบกว่าปีแล้วว่าทำไมเมืองไทยไม่ผลิตรถไฟฟ้าเองทั้งที่ศักยภาพสูงรึว่าสมองไหล..ทำไมไม่ร่วมมือกับผู้ผลิตแบตเจ๋งๆไม่คิดภาษีเพื่อพัฒนาระบบพลังงานในยานพาหนะต่างๆ..ทำไมมองแต่พลังงานที่จ้องจะทำลายสร้างมลพิษแล้วสงเสริมคุณค่ามันเสียเหลือเกินละครับ(น้ำมันที่ได้จากซากฟอสซิลทำลายปอดและชั้นบรรยากาศ ก๊าซจากเพื่อนบ้าน ถ่านหินก่อพิษให้ชาวบ้าน ไฟฟ้าจากนิวเคลียร์แบบเสียวๆแบบญี่ปุ่น )การสร้างระบบขนส่งแบบไร้มลพิษมันควรรวมไปถึงรถยนต์ชนิดต่างๆที่วิ่งบนท้องถนนด้วยคราฟฟจึงจาทำให้ชีวิตในแต่ละวันดู GREEN มากขึ้นครับ ขอร้องท่านผู้บริหารประเทศช่วยทำให้มันเป็นจริงเถอะ อย่าไปเอาใจคนขายน้ำมันเหม็นๆที่หลายท่านมีหุ้นจนถอนตัวไม่ขึ้นเกาะเกี่ยวยิ่งกว่าผมพันกัน แล้วประเทศจะพัฒนาได้จะไดละคราฟพี่น้อง..อะรึว่าใครเป็นเศรษฐีท่านรีบเปิดโรงงานผลิตสิ่งรักษ์โลกนี้แล้วเปิดตลาดหุ้นชักชวนเปลี่ยนนายทุนหุ้นน้ำมันและหุ้นมลพิษทั้งหลายไปอยู่กะท่านก็น่าจะดีกว่านะครับ คิดเพื่อโลกบ้างเขาเจ็บพอและ

  37. ENERGY MAN says:

    รถที่ว่านี่แพงเกินไปครับน่าจะอยู่ที่ 3-4แสนก็พอแล้วครับ เป็นการจูงใจให้คนหันมาใช้รถประเภทนี้มากขึ้น

  38. Noom says:

    ราคาควรจะอยู่ที่5-6แสนบาทก็พอครับ
    รัฐบาลควรสนับสนุนให้มีการใช้ให้มากๆ
    ร่วมทุนกับเอกชนเพื่อมาพัฒนาและวิจัย
    และนำไปทำการผลิตเพื่อการพาณิชย์ต่อไป

  39. ผมว่าครับ จริงๆ รัฐควรจะส่งเสริม ให้ภาษีของรถไฟฟ้า ถูกกว่ารถน้ำมันนะครับ
    เพราะว่าช่วยประเทศเรื่องน้ำมัน แล้วยังช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อมอีก

    อยากซื้อมาใช้มากๆครับแต่เห็นราคา(บวกภาษีและฯลฯ)แล้ว ขอบายไปก่อนดีกว่าครับ คนธรรม ระดับกลางๆที่ทำงานเงินเดือนและมีมากกว่าครึ่งประเทศ ไม่ใช่เจ้าของบริษัทใหญ่โตไม่มีปัญญาซื้อหรอก ทำไมรัฐถึงไม่มองจุดนี้ หรือว่าติดที่อะไร…เพราะอย่างนี้แหละไทยถึงไม่ก้าวข้ามอะไรไปได้เพราะเห็นแก่อะไรบางอย่าง

  40. การไฟฟ้าเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่น่าจะช่วยส่งเสริมเพราะยังไงอนาคตก็เป็นรายได้ที่การไฟฟ้าจะได้อยู่แล้ว
    หรือว่าสู้อำนาจของ ปตท.ไม่ได้

  41. หรือไม่ก็ส่งเสริมการผลิตหรือให้ทุนสนับสนุนการวิจัยภายในประเทศคนไทยเก่งๆมีเยอะเลยครับแต่ขาด…..โอกาส

  42. Wait says:

    รออยู่นะ…รอราคาลดลง แต่อย่าให้รอนาน…จนจากกันไม่มีวันกลับล่ะ ทุกท่าน

  43. ไฟฟ้า says:

    อย่าแพง เวอร์

  44. kaninsak says:

    งั้นก็ลองให้ไทยทำเองดูสิ เอาสัก วิ่งได้ 100kmก็พอเเล้ว หรือว่า มอไซไฟฟ้าก็ดีเนอะ ไม่ต้องไห้ดีมากหรอกขอเเค่วิ่งได้ไกลแบตไม่หมดง่ายก็พอเเล้ว

  45. Kanit Sataman says:

    บางคนคำนวณราคารถ โดยไปหักค่าน้ำมันเลย ลืมหรือเปล่าครับชาร์ตรถก็ต้องใช้ไฟฟ้า ต้องจ่ายค่าไฟด้วยนะครับ มันอาจจะกินโหดแบบเหมือนเปิดแอร์ตัวนึงเลยก็ได้

    สำหรับผม 2.85 ล้านแพงไปครับ ราวๆ 1.3 ล้าน น่าจะพอรับได้

    และหลายคนพูดว่า กรีน กรีน กรีน ขอโทษครับ บ้านเรา ต้องเผาถ่านหิน แก๊ส และน้ำมันเตาปั่นไฟนะครับ รถคุณก็สร้าง Carbon ทางอ้อม อยู่ดีแหล่ะครับ

  46. ENERGY MAN says:

    ขอแสดงความเห็นครับ
    1ควรให้มีการชาร์ทในตัวครับ แบบพ่วงเฟื่องปั่นไฟเข้าตัวเก็บกระแสไฟสำรอง พอแบตชุดแรกหมด ก็สลับไฟใช้ชุดสำรองได้เลยสลับกันชาร์ทแบบนี้ จะวิ่งไกลแค่ไหนก็ได้ครับถ้าไม่กลัวเครื่องพังหรือคนขับหลับในซะก่อนครับ
    2หากรถคันนี้หลังคาหรือผิวมีคุณสมบัติดูดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ แบบโซล่าเซล แปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บประจุเข้าในแบตสำรองด้วยก็ไม่ตองห่วงเรื่องชาร์ทไฟหรือติดตั้งอุปกรณ์ชาร์ทให้เปลืองอีกต่อไป
    3แบตที่ใช้ก็ควรจะเป็นวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ ผลิตซ้ำได้หลายๆครั้ง เพื่อไม่เป็นขยะพิษแก่โลกครับ
    4พลังงานอีกชนิดที่ควรใช้ก็คือพลังงานลม อันนี้ ทางทาทามอเตอร์ผลิตแล้วแต่ถ้าใช้แพร่หลายก็จะดีมากครับไม่ต้องใช้ไฟมากนัก แค่อัดลมเข้าไป แบบวิธีการข้อ 1
    5ถ้ารถคันนี้มีพลังงานทั้ง 2 หรือ 3ทางเลือกในคันเดียวกัน และราคารถไม่เกิน สี่แสน โลกจะสวยงามแค่ไหนครับ ถ้าทุกคนหันมาใช้

  47. วัฒน์ says:

    อีกไม่นานก็จะผลิตขายในไทย แล้วราคาก็จะถูกลงมากครับ รักนิสสันครับ

  48. คนบ่มีสตัง says:

    เมืองไทยรถแพงๆๆ รถยังเต็มบ้านเต็มเมืองเลย ถ้าเก็บภาษี 1 เท่า สงสัยบ้านละ 10 คันแน่ๆๆๆๆ

  49. คนไทยผู้อดทน says:

    อยากใช้รถไฟฟ้ามากเลยแต่คงต้องคอยจนแก่ตายเพราะรถแบบนี้คงไม่ถูกลงกว่านี้แน่นอน เพราะ ปตท.คงจะค้านสุดฤทธิสุดเดช เรื่องผลประโยชน์ต้องมาก่อน เรื่องสิ่งแวดล้อมมาท้ายสุด

  50. Robato says:

    ผมว่าไม่แพงนะครับ นี้มันพึ่งเป็นต้นแบบ(คันแรก ๆ) อาจจะด้วยภาษีด้วย (ภาษีไม่ซั่มไป320%) แล้วมั้ง

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree