<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EnergyThai</title>
	<atom:link href="http://www.energythai.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.energythai.com</link>
	<description>1st Prize of Science, Thailand Blog Award 2011: Blog ด้านพลังงาน, Carbon Credit, พลังความดี และอื่นๆโดย @booruball</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Apr 2012 02:24:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องเกิด เพราะหนี้สาธารณะจริงหรือ</title>
		<link>http://www.energythai.com/2012/infrastructure-fund/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2012/infrastructure-fund/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Apr 2012 01:52:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[EGAT]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Outlook]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการโครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานะการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐวิสาหกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[หนี้สาธารณะ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=3000</guid>
		<description><![CDATA[รัฐวิสาหกิจ 2 แห่งที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน คือ กฟผ. และ กปน. เพื่อ (1) จัดหาเงินทุน และ (2) ลดหนี้สาธารณะ โดยประเด็นลดหนี้สาธารณะนั้นได้ถูกหยิบยกให้เป็นเหตุผลอันดับหนึ่ง เหตุผลสำคัญในการจัดตั้งกองทุนฯ ทำให้เกิดการชักจูงความคิดให้เข้าใจว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ก่อให้เกิดหนี้จำนวนมหาศาล แต่ถ้าตั้งขึ้นมาสำเร็จแล้ว ค่าน้ำค่าไฟแบบใดจะสูงกว่ากัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Finfrastructure-fund%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Finfrastructure-fund%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<div id="attachment_3005" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/04/northport_stacks.jpg"><img class="size-medium wp-image-3005" title="northport_stacks coal fired power plant infrastructure fund" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/04/northport_stacks-300x225.jpg" alt="northport_stacks coal fired power plant infrastructure fund" width="300" height="225" /></a><p class="wp-caption-text">โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตไฟฟ้า (credit ภาพจาก Wikipedia)</p></div>
<p><strong>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน</strong>เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ของประเทศไทย สำหรับไว้ใช้ระดมทุน<strong>กิจการโครงสร้างพื้นฐาน </strong>โดยทาง ก.ล.ต. ได้ออก<a href="http://capital.sec.or.th/webapp/nrs/data/5549s.pdf" target="_blank">ประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการ<strong>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) </strong></a>ตั้งแต่ปี 2554 ในปัจจุบันมีหน่วยงาน<strong>รัฐวิสาหกิจ </strong>2 แห่ง คือ <strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</strong> และ <strong>การประปานครหลวง (กปน.) </strong>อยู่ในระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง<strong>กองทุนรวมฯ </strong>อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคงไม่ใช่ว่าจะจัดตั้งอย่างไร เมื่อไร รูปแบบใด แต่เป็นเรื่องสาเหตุและที่มาว่าทำไมถึงต้องมีการจัดตั้ง<strong>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน</strong>และมีแล้วจะดีต่อประชาชนจริงหรือ???</p>
<h2>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน คืออะไร</h2>
<p>ก่อนอื่น จะขอแนะนำให้รู้จักกับ<strong> กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund)</strong> กันก่อนครับ<br />
<strong>กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน </strong>คือ <strong>กองทุนรวม</strong>ประเภทกองทุนปิดที่จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนทั่วไปทั้งรายย่อยและสถาบัน สำหรับนำไปใช้พัฒนากิจการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เป็น<strong>โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ </strong>ซึ่งอาจเป็นกิจการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐหรือที่เป็นสัมปทานของเอกชน กิจการโครงสร้างพื้นฐานในที่นี้ ได้แก่ กิจการระบบขนส่งทางราง, ไฟฟ้า, ประปา, ถนน ทางพิเศษหรือทางสัมปทาน, ท่าอากาศยานหรือสนามบิน, ท่าเรือน้ำลึก, โทรคมนาคม และพลังงานทางเลือก</p>
<p>วัตถุประสงค์และผลประโยชน์ที่ได้จากการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ที่มักกล่าวกันก็คือ เพื่อเพิ่มช่องทางการระดมทุนสำหรับลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน และเพื่อลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศ จากการที่รัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานโดยส่วนใหญ่และต้องกู้ยืมเงินมาลงทุนในโครงการต่างๆ</p>
<p>โดยสรุปแล้วจะเห็นว่ามีอยู่ 2 เหตุผลด้วยกัน คือเพื่อ<strong> (1) จัดหาเงินทุน และ (2) ลดหนี้สาธารณะ </strong>โดย<strong>ประเด็นลดหนี้สาธารณะนั้นได้ถูกหยิบยกให้เป็นเหตุผลอันดับหนึ่ง เหตุผลสำคัญในการจัดตั้งกองทุนฯ ทำให้เกิดการชักจูงความคิดให้เข้าใจว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ก่อให้เกิดหนี้จำนวนมหาศาล</strong> <strong>และอาจหนักถึงขั้นเข้าใจผิดได้ว่า เป็นหนี้สาธารณะที่รัฐจะต้องรับผิดชอบชดใช้คืนด้วยเงินภาษีของประชาชน</strong> ด้วยเหตุนี้แล้ว เราควรจะศึกษาและพิจารณากันต่อครับว่า หนี้สาธารณะคืออะไร มันแย่จริงหรือ เป็นภาระต่อประเทศชาติอย่างที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ และการจัดตั้งกองทุนรวมฯจะลดหนี้สาธารณะได้อย่างไร ? ทุกอย่างต้องหาคำตอบครับ เพื่อให้คลายข้อข้องใจกับที่มากองทุนรวมฯ ว่าดีจริงอย่างที่เขากล่าวอ้างกันมาหรือไม่ ? เพราะ น้ำ และ ไฟ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ อย่างที่เห็นว่า ราคาค่าไฟฟ้า Sensitive ต่อประชาชนมาก ถึงขั้น<a href="http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01p0110270455&#038;sectionid=0101&#038;selday=2012-04-27" target="_blank">ต่อรองปรับเกณฑ์ค่าไฟฟรี</a> หรือการที่<a href="http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1334835587&#038;grpid=03&#038;catid=03" target="_blank">ยอดใช้ไฟฟ้าทะลุ Peak</a> ให้เห็นกันอย่างทุกวันนี้ ซึ่งเชื่อมโยงการตัดสินใจโครงการลงทุนต่างๆ ดังนั้น หากไม่พิจารณากันให้รอบคอบเสียก่อน ทุกอย่างก็อาจสายเกินแก้ครับ</p>
<h2>ค่าน้ำค่าไฟแบบไหนสูงกว่ากัน</h2>
<p>การนำเสนอในด้าน <strong>“การลดหนี้สาธารณะ”</strong> เป็นการให้มุมมองเพียงด้านเดียว ด้านหนี้ เท่านั้นครับ (ผมไม่อยากให้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมองแต่ผลตอบแทนเป็นสำคัญ แสดงข้อมูลเพียงด้านเดียวเท่านั้นครับ ไม่ได้ต้องการพาดพิงแต่อย่างใด) เพราะในกรณีของผู้ประกอบการธุรกิจ ก่อนจะลงทุนโครงการใด ก็ต้องมีการคิด Feasibility ทางการเงินมาก่อน หรืออย่างนายธนาคารก็ย่อมต้องมองถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ด้วย คือแค่เพียงอยากจะบอกว่าเรื่องหนี้เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจครับ แต่สำคัญตรงที่ว่า ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสามารถใช้คืนหนี้ได้ และยังเหลือผลกำไรที่น่าพึงพอใจหรือไม่</p>
<p>คุณอาจลองคิดง่ายๆ เรื่องใกล้ตัวครับว่า คุณซื้อบ้านเงินผ่อนหรือไม่ แล้วธนาคารปล่อยเงินกู้ให้คุณโดยไม่ดูเครดิตคุณเลยหรือ? ขนาดว่าบ้านไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้กับคุณ แต่ถ้าคุณผ่านเกณฑ์ ธนาคารยังให้คุณกู้เลย ในขณะที่<strong>กิจการโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้าหรือประปา</strong>ซึ่ง <strong>generate รายได้ตามขนาด Demand ซึ่งเรียกได้ว่ามั่นคงและมหาศาล </strong>ใครก็อยากได้เป็นลูกหนี้ทั้งนั้นล่ะครับ ดอกเบี้ยไม่ต้องสูงก็เอา เพราะมีความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ และถ้า<strong>รัฐวิสาหกิจ</strong>ได้ต้นทุนทางการเงินต่ำ เปรียบเทียบกับการขายเข้า<strong>กองทุนรวมฯ</strong> ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนว่าต้นทุนทางการเงินต้องสูงขึ้น (จากผลตอบแทนที่ดึงดูดนักลงทุน) <strong>ค่าน้ำค่าไฟแบบใดจะสูงกว่ากัน </strong> และหากรัฐไม่มีการกำกับที่ดีพอ ผลประโยชน์จะอยู่ที่ นักลงทุน (และนักการเมืองที่เป็นนักลงทุน) หรือ คนไทยทั้งประเทศ ลองพิจารณาและชั่งน้ำหนักกันเองครับ</p>
<p>สำหรับ Blog ต่อๆไปจะเล่าถึงรูปแบบการจัดหาเงินทุนของหน่วยงาน<strong>รัฐวิสาหกิจ</strong>ในปัจจุบัน และเรื่องของ<strong>หนี้สาธารณะ</strong>แบบเจาะลึกมากขึ้น และหากมีข้อคิดเห็นใดๆ ก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เสมอ ขอบคุณครับ</p>
<p>โดย <em>&#8211;คะน้า&#8211;</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2012/infrastructure-fund/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยทำได้! นักธุรกิจหญิงอันดับ 15 ของ Asia กับ Solar Farm</title>
		<link>http://www.energythai.com/2012/thai-solar-farm-business/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2012/thai-solar-farm-business/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Apr 2012 05:49:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[CSR-Corporate Social Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวในประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN]]></category>
		<category><![CDATA[Green]]></category>
		<category><![CDATA[Power]]></category>
		<category><![CDATA[Renewables]]></category>
		<category><![CDATA[Solar]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2939</guid>
		<description><![CDATA[คุณวันดี กุญชรยาคง กับภารกิจที่ทิ้งความเป็นมืออาชีพไม่ได้ ได้รับการจัดลำดับให้เป็น Top 15th ของนักธุรกิจหญิงในภูมิภาคเอเชียจากนิตยสาร Forbes Asia 2012 โครงการโซล่าร์ฟาร์มแห่งแรกนี้เริ่มตั้งแต่สมัยคุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ดำรงตำแน่ง รมต.กระทรวงพลังงาน และ กฟภ. เปิดรับผู้ขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทนช่วงแรก ซึ่งยังไม่มีใครในประเทศไทยทำพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เลย ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fthai-solar-farm-business%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fthai-solar-farm-business%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<div id="attachment_2962" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/04/19_solar_farm.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/04/19_solar_farm-300x200.jpg" alt="solar_farm โซล่าฟาร์ม พลังงานทางเลือกสีเขียว วันดี กุญชรยาคง บริษัท เอสพีซีจี SPCG" title="solar_farm โซล่าร์ฟาร์ม พลังงานทางเลือกสีเขียว วันดี กุญชรยาคง บริษัท เอสพีซีจี SPCG" width="300" height="200" class="size-medium wp-image-2962" /></a><p class="wp-caption-text">Solar Farm (ขอบคุณภาพเครดิตจาก sunflowercosmos.org )</p></div>
<p><strong>คุณวันดี กุญชรยาคง</strong> กับภารกิจที่ทิ้งความเป็นมืออาชีพไม่ได้ <a href="http://www.forbesasiaconferences.com/forbeswomenforum2012/speaker/wandee-khunchornyakong">คุณวันดีได้รับการจัดลำดับให้เป็น Top 15th ของนักธุรกิจหญิงในภูมิภาคเอเชียจากนิตยสาร Forbes Asia 2012</a></p>
<p>โครงการโซล่าร์ฟาร์มแห่งแรกนี้เริ่มตั้งแต่สมัยคุณปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ ดำรงตำแน่ง รมต.กระทรวงพลังงาน และ กฟภ. เปิดรับผู้ขายไฟฟ้าจาก<strong>พลังงานหมุนเวียนและพลังงานทดแทน</strong>ช่วงแรก ซึ่งยังไม่มีใครในประเทศไทยทำ<strong>พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์</strong>เลย </p>
<h2>ความยากของการเกิดโครงการประเภท Precedent Case</h2>
<p>กว่าจะได้เริ่มต้นโครงการแรกคุณวันดี ได้ตัดสินใจใช้เงินลงทุนส่วนตัวหลายล้านบาท แต่กว่าจะมาลงตัวที่ตัวเลขเงินนี้ ยังต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ เครือข่ายในวงการ<strong>สิ่งแวดล้อม</strong> ความสามารถการเจรจาต่อรอง ดังในบทสัมภาษณ์</p>
<blockquote><p><strong>Precedent Case</strong> : ทางธนาคารผู้ลงทุนเรียก โครงการที่ต้องใช้เงินทุนกว่า 700 ล้านบาท และเป็นโครงการแรกที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนว่า <strong>Precedent Case</strong> คือ ต้อง<strong>จ้างนักกฎหมายภายนอก จ้างที่ปรึกษาอิสระทางด้านเทคนิคว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ มีความสามารถในการคืนทุนไหม</strong> ตอนแรกเขาให้เราไปหามาครึ่งหนึ่งคือ 350 ล้านบาท แต่คิดว่าไม่ไหว เลย<strong>เจรจาต่อรอง</strong>จนมาสรุปที่ 60:40 คือเราหา 280 ล้านบาท ธนาคารให้ 420 ล้านบาท<br />
แล้วเขาบอกว่า ถึงเราจะมีเงิน แต่เขาก็ไม่ต้องการให้เราเอาเงินมาลงทั้งหมดคนเดียว ให้ไป<strong>หา Partner ที่เป็นสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือสำหรับธนาคาร</strong> ตอนแรกก็บินไปที่ธนาคารโลกที่สิงคโปร์ จนเขาให้มาติดต่อที่ International Finance Corporation (IFC) ที่ฟิลิปปินส์ ไปพูดคุยว่าเราจะทำโครงการนี้ ชวนให้เขามาลงทุนกับเรา <strong>ใช้เวลา 9 เดือน</strong> นับจากปลายปี 2551 แล้วเราก็ยังได้<a href="http://www.efe.or.th/index.php">มูลนิธิพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม</a>มาเป็นคู่ร่วมลงทุนด้วยค่ะ&#8230;</p></blockquote>
<h2>ออกแบบก่อสร้างโซล่าร์ฟาร์มแบบครบวงจรด้วยฝีมือคนไทย</h2>
<p>ตรงนี้เป็นจุดสำคัญที่อยากชี้ให้เห็นว่า องค์ความรู้ของคนไทยเอง ประสบการณ์การทำงาน ทำให้เราสามารถออกแบบ ก่อสร้าง ด้วยคนในประเทศเราเอง การตัดสินใจของธุรกิจภาคเอกชนกรณีนี้ มีความเชื่อถือฝีมือการทำงานของคนไทยด้วยกันเอง เชื่อถือในเครือข่ายที่เคยผ่านงานมาด้วยกัน คุณวันดีได้เอ่ยถึง <strong>คุณจิราคม ปทุมานนท์ </strong><strong>ได้เคยออกแบบโซล่าร์ฟาร์มเล็กขนาด 50 kW และครั้งนี้เป็นความท้าทายใหม่ร่วมกันที่จะสร้างโซล่าร์ฟาร์มขนาด 6 MW</strong> โดยคุณวันดีให้สัมภาษณ์ชัดเจน ว่าในส่วนการต่อสู้เรื่องเงินลงทุนคุณวันดีรับผิดชอบเอง ส่วนเรื่องเชิงเทคนิควิศวกรรมออกแบบยกให้เป็นของคุณจิราคมทั้งหมด </p>
<blockquote><p>&#8230;ธนาคารให้กู้ปลายปี 2552 เซ็นสัญญาต้นปี 2553 เราเริ่มต้นออกแบบทางวิศวกรรม จัดซื้อและก่อสร้างตามแบบ <strong>EPC (Engineering Procurement Construction)</strong> ค่ะ ตอนแรกว่าจะจ้างช่างเยอรมัน แต่คิดไปคิดมาจะทำให้เราไม่สามารถคืนทุนได้ เลยกลับมาค้นหาบุคคลในบ้านเราที่มีความสามารถ&#8230;</p></blockquote>
<h2>ข้อมูลเชิงเทคนิคของระบบผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์</h2>
<p><strong>อุปกรณ์หลักของโซล่าร์ฟาร์ม</strong></p>
<ol>
- <strong>แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module)</strong>: ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งพลังงานที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์จะเป็นกระแสตรง<br />
  <a href="http://www.dailynews.co.th/technology/15858">โซลาร์เซลล์ 1 กลุ่ม ประกอบด้วยแผงโซลาร์เซลล์ 18 แผง ผลิตไฟฟ้าได้ 3,700 วัตต์ การติดตั้งต้องทำมุมเฉียงไปทางใต้ 15 องศา ซึ่งเป็นมุมที่คำนวณจากละติจูดที่ตั้งของประเทศไทยว่าเป็นมุมที่โซลาร์เซลล์จะได้รับแสงอาทิตย์ดีที่สุด</a><br />
- <strong>เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter)</strong>: ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าจากกระแสตรงเป็นกระแสสลับ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าที่สามารถนำไปใช้ในบ้านพักอาศัยและสถานประกอบกิจการ
</ol>
<p><strong>บำรุงรักษา</strong></p>
<ol>
- ทำความสะอาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 3-4 ครั้ง/ปี<br />
- ส่งตัวอย่างแผงฯ ไปทดสอบสมรรถนะการทำงาน<br />
- ตรวจเช็คตู้จ่ายกระแสไฟฟ้าหลักและหม้อแปลงไฟฟ้า 1 ครั้ง/ปี<br />
- ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงเหล็กยึดแผงจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเสมอ<br />
- อายุใช้งานมากกว่า 30 ปี<br />
- การดูแลตรวจสอบโซล่าร์ฟาร์มที่นี่ใช้แบบศูนย์รวม</ol>
<p><strong>ศักยภาพ</strong></p>
<ol>
- ความเข้มข้นแสงเฉลี่ยในประเทศไทย 6 ชั่วโมง/วัน เทียบกับยุโรป 2 ชั่วโมง/วัน<br />
- โครงการแรกที่ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เชื่อมสายไฟระบบ Grid เสร็จ เม.ย. 2553<br />
- ปัจจุบันติดตั้ง 9 โครงการ และขายไฟฟ้าแล้ว 6 โครงการ<br />
- วางแผนติดตั้งแล้วเสร็จทั้งหมด 34 โครงการ ภายในปี 2556 บนพื้นที่รับแสงอาทิตย์ได้ดีในภาคอีสาน </ol>
<p><strong>ข้อจำกัด</strong><br />
ใช้เงินลงทุนสูงเป็นค่าอุปกรณ์ซึ่งต้องเลือกที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด คือ เลือกของที่มีคุณภาพดี มี Standby เพียงพอ และการ Distribution เหมาะสม</p>
<blockquote><p>&#8230;การพัฒนาโดยใช้ทุนสูงในครั้งแรกค่ะ แต่เป็นครั้งเดียวเท่านั้น ยากที่สุดคือการระดมทุนอย่างที่กล่าวมา หากลงทุนเสร็จสร้างเรียบร้อยก็ไม่มีอะไรแล้ว เหลือแต่ค่าเสื่อมราคาซึ่งอุปกรณ์หลักสำคัญก็ต้องเลือกที่มั่นใจว่าจะอยู่กับเราไป 30 ปี จะไม่กล้าใช้ของที่ไม่มีคุณภาพเด็ดขาด<br />
อย่างเครื่องแปลงไฟตัวหนึ่ง 1000 kW (central) บางคนเลือกใช้เพียง 6 ตัวก็พอแล้ว (= 6 MW) แต่ของเราเลือกใช้เครื่อง 11 kW ติดตั้งในฟาร์มไว้ 550 ตัว (=6.05 MW) แน่นอนว่าโอกาสที่เครื่องจะเสียหายย่อมมี แต่เราเสียแค่ 1-2 ตัวและเปลี่ยนได้ภายในครึ่งชั่วโมง แต่ถ้าตัว Central เสียก็ต้องรอกันเป็นวัน ซึ่งในทางนักลงทุนถือว่าเงินหายไปด้วย</p></blockquote>
<p>ฟังเสียงคุณวันดี และคุณจิราคม ในคลิปนี้:<br />
<iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/fNL4gx3kFtM" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>ที่มา: <a href="http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:xMcjqJ_MmrwJ:puendee.com/%3Fq%3Dmagazine-columns/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B9%8C+%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89+%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87+%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4+%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99&#038;hl=th&#038;gl=th&#038;strip=0">สกุลไทย ฉบับวันอังคารที่ 3 เม.ย. 55</a> (หน้า 76)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2012/thai-solar-farm-business/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นวัตกรด้านภัยพิบัติ รางวัลงาน True Innovation Awards 2011 ระดับประเทศ</title>
		<link>http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2012 05:00:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[crisis]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2779</guid>
		<description><![CDATA[พบกับ “นวัตกรไทย” ผู้มีไอเดียสร้างสรรค์ดีดี รับรางวัลงาน True Innovation Awards 2011 ระดับประเทศ สำหรับรางวัล “Bronze” ที่คุณบุญทุ่ม ชนะพันธ์ ประสบความสำเร็จกับนวัตกรรม “แคบซูลหลบภัยสึนามิ” เข้ากับสถานการณ์ภัยพิบัติในยุคปัจจุบันทีเดียว  ฟังคอมเมนต์และชมบรรยากาศเข้ารอบสุดท้าย ทั้งเครียด ซีเรียส และตื่นเต้นกันค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2F%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4-innovation-award-thai%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2F%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4-innovation-award-thai%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>งาน <strong>True Innovation Awards 2011</strong> นี่คงเป็นงาน event ด้าน<strong>นวัตกรรม</strong>แรกๆ ของเมืองไทยทีเดียว</p>
<p>พบกับ &#8220;<strong>นวัตกรไทย</strong>&#8221; ผู้มีไอเดียสร้างสรรค์ดีดี รับรางวัลงาน <strong>True Innovation Awards 2011 ระดับประเทศ<br />
</strong></p>
<div id="attachment_2793" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/CertificateTrue-edit.jpg"><img class="size-medium wp-image-2793" title="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/CertificateTrue-edit-300x210.jpg" alt="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" width="300" height="210" /></a><p class="wp-caption-text">&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule</p></div>
<p>นี่เป็นประกาศนียบัตร<strong>รางวัล &#8220;Bronze&#8221;</strong> จากงาน <strong>True Innovation Awards 2011</strong> ที่<strong>คุณบุญทุ่ม ชนะพันธ์</strong> ประสบความสำเร็จระดับประเทศ ด้าน<strong>นวัตกรรม &#8220;แคบซูลหลบภัยสึนามิ&#8221;</strong> เข้ากับ<strong>สถานการณ์ภัยพิบัติ</strong>ในยุคปัจจุบันทีเดียว อีกทั้ง<a href="https://twitter.com/#!/1500miles">คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม (@1500miles)</a> ผู้เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนประสบ<strong>ภัยพิบัติ</strong>ทั่วโลก ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในครั้งนี้อีกด้วย</p>
<blockquote><p><strong>คณะกรรมการ</strong>:<br />
ผศ.ดร.วีระเชษฐ์ ขันเงิน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง<br />
อาจารย์ บุริม โอทกานนท์ ประธานหลักสูตรการตลาด มหาวิยาลัยมหิดล<br />
คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ 1500 ไมล์ และอาสาสมัคร</p></blockquote>
<p><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/boontoom4.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2813" title="boontoom &quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/boontoom4-300x170.jpg" alt="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" width="300" height="170" /></a></p>
<p>ฟังคอมเมนต์และชมบรรยากาศเข้ารอบสุดท้าย ทั้งเครียด ซีเรียส ทั้งตื่นเต้น ขณะนำเสนอผลงานกันได้จากคลิปนี้ค่ะ (นาทีที่ 29:59-34.48)</p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/YK36ahB-yvk" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe><br />
เมื่อวันอังคารที่ 17 มกราคม 2555 ที่ผ่านมาได้มีการประกวด<strong>ด้านนวัตกรรมระดับประเทศ</strong> ที่จัดโดย<strong> True Innovation Awards 2011</strong> พร้อมทั้งถ่ายทอดสดทาง True X-zyte ช่อง 62</p>
<p>+++ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากที่จะทำให้คนยุคใหม่ได้หันมาสนใจที่จะเก็บองค์ความรู้ นวัตกรรม เป็นของประเทศเรากันบ้างสักที +++</p>
<p>อ่าน<a href="http://www.pinnyforever.com/2011/07/19/true-innovation-awards-11/">รายละเอียดจากคุณ @pinnynoy</a> เผื่อปีหน้าใครสนใจสมัครจะได้เตรียมตัวกันตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ</p>

<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/certificatetrue-edit/' title='&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/CertificateTrue-edit-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" title="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/boontoom4/' title='boontoom &quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/boontoom4-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="&quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" title="boontoom &quot;Bronze&quot; True Innovation Awards 2011 แคปซูลหลบภัยสึนามิ Tsunami Escape Safety Capsule ภัยพิบัติ" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/attachment/1/' title='1'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="1" title="1" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1139/' title='DSCF1139'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1139-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1139" title="DSCF1139" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1148/' title='DSCF1148'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1148-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1148" title="DSCF1148" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1155/' title='DSCF1155'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1155-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1155" title="DSCF1155" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1161/' title='DSCF1161'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1161-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1161" title="DSCF1161" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1178/' title='DSCF1178'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1178-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1178" title="DSCF1178" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1185/' title='DSCF1185'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1185-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1185" title="DSCF1185" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/dscf1200/' title='DSCF1200'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/DSCF1200-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="DSCF1200" title="DSCF1200" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/img_1541/' title='IMG_1541'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/IMG_1541-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="IMG_1541" title="IMG_1541" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/img_1543/' title='IMG_1543'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/IMG_1543-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="IMG_1543" title="IMG_1543" /></a>
<a href='http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/img_1650/' title='IMG_1650'><img width="150" height="150" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/IMG_1650-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="IMG_1650" title="IMG_1650" /></a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2012/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3-%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-innovation-award-thai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>146 Bloggers in #FordNAIAS Ford fantasy camp in #NAIAS</title>
		<link>http://www.energythai.com/2012/bloggers-fordnaias-camp/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2012/bloggers-fordnaias-camp/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Jan 2012 08:03:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[CSR-Corporate Social Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2716</guid>
		<description><![CDATA[Nowadays, it is true that the strategy of many companys or corporates is totally comprised of the communication with their social network. This event is the largest coverage event that I had ever seen. Surprisingly, Ford has invited 146 bloggers from around the world]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fbloggers-fordnaias-camp%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fbloggers-fordnaias-camp%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><em>#NAIAS: North America International Auto Show</em></p>
<p>I have a good opportunity to join the <strong><a href="http://twitter.com/#!/search/%23FordNAIAS">#FordNAIAS</a></strong> <strong>Ford fantasy camp</strong> supported by <strong>FordThailand</strong> and <a href="http://www.ipattt.com/2012/fordnaias/">@iPattt</a>. It looks like <strong>Blogger</strong> becoming the new career in this up-to-date social.</p>
<p>Since last year, there are several <strong>Blogger</strong> day invitations which are the one of <strong>Social Media</strong> Activities from <a href="http://blogs.state.gov/index.php/site/entry/thailand_kenney_social_media">US Embassy</a>, global coffee company like <a href="http://www.ipattt.com/2011/stabucksvia/">Starbucks</a>, Mobile phone company: <a href="http://www.cookiecoffee.com/news/19319/htc-hd7-blogger-day-dtac-by-htc-hd7">HTC</a>. I have participated some activities as <strong>Blogger </strong>as well as <strong>media press</strong>.</p>
<p>Nowadays, it is true that the strategy of many companys or corporates is totally comprised of the <strong>communication with their social network. </strong></p>
<p>This event is the largest coverage event that I had ever seen. Surprisingly, Ford had invited 146 <strong>bloggers</strong> from around the world. Upon preparing myself to join the event, this was questioned how they are going to know more about my <strong>blog </strong>in Thai !!!</p>
<p>Many of them shared with me that their blogs are written in their own languages excluding the blogs from the US. such as <a href="http://www.cabezadecoco.com/2012/01/them-you-and-me.html">@LatinaPRpro &#8216;s blog</a> or <a href="http://www.bigdaddykreativ.ca/my-naias-experience-day-1/">bigdaddykreativ.com</a>. Therefore, most of us can contact each other by twitter then. <img src='http://www.energythai.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  And <a href="https://twitter.com/#!/ScottMonty">@ScottMonty</a>, Head of Social Media, Ford Motor Company, also told us (I and @iPattt) in some parts of the interview that Ford&#8217; local social media team have implementing their tips and techniques diffently depending on the country.</p>
<p>During #NAIAS Group Dinner on the 1st day of <strong>#FordNAIAS Innovation and Design Fantasy camp</strong> at Henry Ford Museum, Scott Monty, gave us speech on the stage which shown from tweets here. And I truly found that many <strong>bloggers</strong> in this camp are also energytic twitters in distributing their ideas. This resulted that their tweets were always pop-ups during the night.</p>
<div id="attachment_2752" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/tweet.jpg"><img class="size-medium wp-image-2752" title="tweet #FordNAIAS Detroit Autoshow" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/tweet-300x245.jpg" alt="tweet #FordNAIAS Detroit Autoshow" width="300" height="245" /></a><p class="wp-caption-text">Tweets #FordNAIAS, Detroit Autoshow on Jan 8th, 2012</p></div>
<p>The concept of Ford Company to invite <strong>bloggers</strong> is results of <strong>bloggers&#8217; innovative thinking</strong> both their posts and the way they distribute them. And the concept is also broader in social lifestyle than specific automotive professional as usual.</p>
<div id="attachment_2763" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/IMG_1863.jpg"><img class="size-medium wp-image-2763" title="#FordNAIAS Ford Innovation Fantasy Camp Blogger" src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/IMG_1863-300x224.jpg" alt="#FordNAIAS Ford Innovation Fantasy Camp Blogger" width="300" height="224" /></a><p class="wp-caption-text">First Step at Detroit Airport, @iPattt and @cnetaustralia</p></div>
<p>Other <strong>Blogs</strong> from <strong>Bloggers</strong> in this camp:<br />
<a href="http://www.blogo.it/">www.blogo.it</a><br />
<a href="http://luca.wordpress.com/lucaconti/">luca.wordpress.com</a><br />
<a href="http://www.cnet.com.au/cartech/">www.cnet.com.au/cartech/</a></p>
<p>More photos from <strong>Bloggers</strong>:<br />
<a href="http://lockerz.com/s/173019064">Nandini Rathi&#8217;s Photo on Lockerz</a><br />
<a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150589224721495.441734.740256494&amp;type=3&amp;l=e0a90733c6">photos from @LatinaPRpro</a><br />
<a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150465142542862.371935.594652861&amp;type=3">photos from @iPattt</a><br />
<em></em></p>
<p><em>Ford Motor Company paid for my travel and accommodations at the 2-day Innovation and Design Fantasy Camp event, I was not compensated in any other manner for my time.  My opinions posted here are my own.</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2012/bloggers-fordnaias-camp/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Smart Grid อีกทางเลือกของ Energy Efficiency</title>
		<link>http://www.energythai.com/2012/smart-grid-energyefficiency/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2012/smart-grid-energyefficiency/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Jan 2012 17:08:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[CSR-Corporate Social Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Efficiency]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Outlook]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Green]]></category>
		<category><![CDATA[Grid]]></category>
		<category><![CDATA[Power]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2687</guid>
		<description><![CDATA[Smart Grid ช่วยในแง่ของ Energy Efficiency ทั้งด้าน ผู้ผลิต (Supply Side) และด้านผู้ใช้ไฟฟ้า (Demand Side) เช่น ถ้าคนรู้ชัดเจนว่า พีคโหลดกำลังจะต้องทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าต้องเลือกเดินเครื่องน้ำมันเตาเสริมระบบขึ้นมาอีกโรง สังคมของคนฉลาด หรือ Smart Community ก็สามารถช่วยกันรณรงค์หยุดใช้ไฟฟ้าช่วงเวลานั้น ไปใช้ช่วงอื่นได้ ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงฟอสซิลราคาสูงได้ อีกทั้งช่วยผู้ผลิตไม่ต้องวางแผนสำรองกำลังผลิตจนมากเกินไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fsmart-grid-energyefficiency%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2012%2Fsmart-grid-energyefficiency%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p><iframe width="420" height="315" src="http://www.youtube.com/embed/YrcqA_cqRD8" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></p>
<p>วิดีโอนี้อธิบายคำว่า <strong>&#8220;Smart Grid&#8221;</strong> ได้อย่างสมบูรณ์แบบ</p>
<blockquote><p>&#8230;สัดส่วนการใช้พลังงานของการผลิตไฟฟ้าประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 40% ของการใช้พลังงานทั้งประเทศ ประกอบกับการคาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นถึง 30% ก่อนปี ค.ศ. 2020 อย่างแน่นอน<br />
<br />
<strong>Smart Grid</strong> ต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้าน Automatic Metering Infrastructure, System Control and Automation โดยพนักงานควบคุมสามารถดูปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าของแต่ละบ้านได้ตลอดเวลา<br />
<br />
ตัวอย่าง ที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานลมต้องอยู่กลางประเทศ แต่ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยส่วนใหญ่อยู่ห่างออกไปในเมืองหลวงหรือเขตอุตสาหกรรม <strong>Smart Grid</strong> เป็นสิ่งช่วยสะสมพลังงานที่เกิดขึ้น และส่งต่อไปยังประชาชนตามบ้านเรือนแถบที่ตั้งโรงไฟฟ้านั้นๆ ใช้ไฟฟ้าได้โดยตัด Loss ในระบบส่งออกไป<br />
<br />
อีกทั้ง ถ้าเจ้าของบ้านปลูกบ้านแบบ Green home ที่ติดตั้งแผงโซล่าเซล์ลไว้บนหลังคา ก็ยังสามารถเลือกที่จะใช้ไฟฟ้าตอนกลางคืน และขายกระแสไฟฟ้าที่เหลือนั้นคืนกลับมาระบบในช่วง<a href="http://www.energythai.com/2010/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A22/">พีคโหลด</a>ตอนกลางวันที่ค่าไฟฟ้าแพงกว่าได้อีก&#8230;</p></blockquote>
<p>มีการกล่าวถึงในเว็บไซต์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไว้ด้วยว่า การมุ่งสู่ <strong>Smart Grid</strong> คือการมุ่งสู่ <a href="http://161.200.85.41/pea-smartgrid/index.php/smart-grid"><strong>Smart Community</strong></a> ด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งก็คือ สังคมที่คนสามารถติดต่อสื่อสารอย่างอิสระผ่านสื่อออนไลน์ (Social Network) และคนเหล่านี้ยังรู้ถึงที่มาที่ไปของกระแสไฟฟ้าที่มาถึงมือ ว่าใช้เชื้อเพลิงอะไร ส่งมาจากต้นทางที่ใด พอมาถึงมือแล้วเกิด Loss ในระบบไปเท่าไร ต้นทุนการผลิตจะเป็นเท่าไร (ในอนาคตอาจถึงระดับ Life Cycle Cost กันเลยทีเดียว)</p>
<p>คนจึงสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดว่า จะเลือกเชื้อเพลิงที่มี CO2 ต่ำลงดีไม้ เช่น พวกเชื้อเพลิง Renewable ถ้าพอจะจ่ายได้ เพื่อบรรเทาโลกร้อนไปได้อีกหน่อย</p>
<p>ที่สำคัญในแง่ของ <strong>Energy Efficiency</strong> ทั้งด้าน ผู้ผลิต (Supply Side) และด้านผู้ใช้ไฟฟ้า (Demand Side) ถ้าคนรู้ชัดเจนว่า พีคโหลดกำลังจะต้องทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าต้องเลือกเดินเครื่องน้ำมันเตาเสริมระบบขึ้นมาอีกโรง <strong>สังคมของคนฉลาด</strong> หรือ <strong>Smart Community</strong> ก็สามารถช่วยกันรณรงค์หยุดใช้ไฟฟ้าช่วงเวลานั้น ไปใช้ช่วงอื่นได้ ซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิงฟอสซิลราคาสูงได้ อีกทั้งช่วยผู้ผลิตไม่ต้องวางแผนสำรองกำลังผลิตจนมากเกินไป</p>
<div id="attachment_2709" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/smart-Grid.png"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2012/01/smart-Grid-300x167.png" alt="smart Grid energythai.com" title="smart Grid energythai.com" width="300" height="167" class="size-medium wp-image-2709" /></a><p class="wp-caption-text">Smart Grid, ขอบคุณภาพจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)</p></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2012/smart-grid-energyefficiency/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Case Study: Steam Turbine Rotor Bow</title>
		<link>http://www.energythai.com/2011/case-study-steam-turbine-rotor-bow/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2011/case-study-steam-turbine-rotor-bow/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Dec 2011 09:31:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้เทคนิคงานซ่อมบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[Maintenance]]></category>
		<category><![CDATA[Outage]]></category>
		<category><![CDATA[Steam Turbine]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2604</guid>
		<description><![CDATA[Steam Turbine Rotor Bow หรือการคดงอของเพลากังหันไอน้ำ ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขอย่างไร]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fcase-study-steam-turbine-rotor-bow%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fcase-study-steam-turbine-rotor-bow%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>Steam Turbine Rotor Bow หรือการคดงอของเพลา<strong>กังหันไอน้ำ</strong> ถ้าเกิดขึ้นแล้วจะแก้ไขอย่างไร</p>
<p><a href="http://www.sulzerts.com/portaldata/5/Resources//resourcecenter/technicalarticles/TT5-8_SulzerRepcoOverhaulsAndRepairsA150-MW_ST.pdf">กรณีศึกษาการ Overhaul Steam Turbine ขนาด 150 MW จาก Sulzer Repco</a> นี้ได้เน้นการแก้ไข เพลา<strong>กังหันไอน้ำ</strong>คดงอ (Rotor Bow) เกิดขึ้นปี 2545<br />
<div id="attachment_2606" class="wp-caption aligncenter" style="width: 241px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/11/Steam-Turbine-Rotor-Bow.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/11/Steam-Turbine-Rotor-Bow-231x300.jpg" alt="Steam Turbine Rotor Bow, Power Plant" title="Steam Turbine Rotor Bow, Power Plant" width="231" height="300" class="size-medium wp-image-2606" /></a><p class="wp-caption-text">กรณีศึกษาการแก้ไข Steam Turbine Rotor Bow จาก Sulzer Repco</p></div><br />
<strong>ข้อมูลเทคนิค</strong>:<br />
ความดันขาเข้า : 147 bar<br />
อุณหภูมิขาเข้า : 530 oC<br />
น้ำหนักเพลากังหันไอน้ำ : 15 ตัน<br />
ความยาวเพลากังหันไอน้ำ : 7 เมตร<br />
สถานะก่อนการซ่อม : หยุดเดินเครื่องมากกว่า 1 ปี พบ interstage labyrinths clearances out of tolerance จากการเสียดสี (Rubbing) และประเด็นสำคัญที่สุดคือ <strong>เพลากังหันคดงออย่างถาวร (Permanent Bow) วัดค่าได้ 0.12 mm TIR (Total Indicated Runout) </strong></p>
<p>ขั้นตอนการแก้ไข Steam Turbine Rotor Bow<br />
1. ถอดชิ้นส่วนกังหันไอน้ำ ใช้เวลา 3 สัปดาห์ เริ่มตอนต้นเดือน สิงหาคม 2545<br />
2. ตรวจสอบเพลากังหันไอน้ำ:<br />
ความเยื้อง (Eccentricity) หรือการหนีศูนย์เมื่อหมุน (Run-out)<br />
วัด Dimension<br />
ทำ <a href="http://www.dpengtrain.com/site/pdf/NDE-Evening%20Course%20Songkhla/Original%20register%20form%20-%20Thai.pdf">Non-destructive Testing (NDT)</a><br />
3. ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ การดัดเพลาให้ตรงนี่เอง  เริ่มจากให้ความร้อนกับเพลากังหันประมาณ 600 oC (สูงกว่าอุณหภูมิไอน้ำที่ทางเข้ากังหันประมาณ 10%), พ่นด้วย Glassbead, ทำ NDT และตรวจสอบความแข็ง (Hardness Testing), ตรวจสอบ Run-out, และทำ Balance กังหันที่ความเร็วใช้งาน (High Speed Balancing)<br />
ผลปรากฏว่า <strong>ความคดงอของกังหันอยู่ในลิมิตไม่เกิน 0.03 mm TIR เป็นอันใช้การได้</strong><br />
4. ชิ้นส่วนบางชิ้นได้ส่งไปแก้ไขที่ Shop ของ Sulzer Repco ประเทศเนเธอร์แลนด์ และได้ส่งกลับมาที่ Site ประมาณกลางเดือน ตุลาคม 2545 หลังจากนั้นก็ใช้เวลาประกอบอีกเกือบเดือน จนสามารถขึ้นเครื่อง (Startup) โรงไฟฟ้าและต่อเข้า Grid เสร็จวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2011/case-study-steam-turbine-rotor-bow/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความสำคัญของเขื่อน : ช่วยกู้ระบบไฟฟ้าประเทศไทย (Black Start)</title>
		<link>http://www.energythai.com/2011/black-start/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2011/black-start/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 Nov 2011 17:07:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[black start]]></category>
		<category><![CDATA[Blackout]]></category>
		<category><![CDATA[crisis]]></category>
		<category><![CDATA[Dam]]></category>
		<category><![CDATA[power outage]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>
		<category><![CDATA[เขื่อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2529</guid>
		<description><![CDATA[Blog นี้ได้กล่าวถึงวิกฤตการณ์ซีเรียสอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถเกิดกับระบบกำลังไฟฟ้า ซึ่งส่งผลให้คนไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้านานมากๆ แน่นอนที่จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของคนอย่างรุนแรงมาก วิกฤตการณ์ที่ว่านี้คือการเกิดไฟฟ้าดับเป็นพื้นที่หลายจังหวัดติดต่อกัน ที่เรียกว่า “Blackout” และในกระบวนการที่ช่วยกู้ระบบไฟฟ้ากลับขึ้นมาได้เรียก “Black Start” ซึ่งส่วนหนึ่งต้องใช้โรงไฟฟ้าเขื่อนนี่เองค่ะ ช่วยทำให้การกู้ระบบไฟฟ้ากลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว นั่นหมายถึงความมั่นคงของทั้งระบบไฟฟ้าของประเทศไทยทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fblack-start%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fblack-start%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<div id="attachment_2580" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/11/blackout081403.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/11/blackout081403-300x263.jpg" alt="Blackout at Northeast America August 14, 2003" title="black start, Blackout, crisis, Dam, power outage, กฟผ, การสื่อสาร, ประเทศไทย, ภัยพิบัติ, วิกฤต, เขื่อน" width="300" height="263" class="size-medium wp-image-2580" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่าง พื้นที่เหตุการณ์ Blackout บริเวณนิวอิงแลนด์ ,<br />14 สิงหาคม 2546 (ภาพจาก modernsurvivalonline.com) </p></div>
<blockquote><p><strong><a href="http://www.egat.co.th/wwwthai/index.php?option=com_glossary&#038;letter=%E0%B8%81&#038;id=80&#038;Itemid=673">การกู้ระบบไฟฟ้า</a></strong>  หมายถึง <strong>การเดินเครื่องขึ้นมาในสภาวะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้งาน</strong> อาจจะใช้<strong>พลังงานจากเครื่องยนต์ดีเซล</strong> หรือ<strong>พลังงานจากน้ำ</strong>มาเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แล้ว<strong>ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้านั้นจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับระบบไฟฟ้าต่อไป</strong> <strong>Black Start จะได้เห็นเมื่อเกิด<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Power_outage">เหตุการณ์ Blackout</a> ขึ้นในระบบ</strong></p></blockquote>
<p>การกู้ระบบไฟฟ้าที่ดับเป็นบริเวณกว้างหลายจังหวัดต่อเนื่องกัน เรียกศัพท์เทคนิคว่า &#8220;<strong>Black Start</strong>&#8221; และวิกฤตการณ์ที่เกิดไฟฟ้าดับวงกว้างนั้น เรียกว่า &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Power_outage"><strong>Black out</strong></a>&#8221;</p>
<p>ปีนี้เกิดวิกฤติการณ์ที่เราคาดไม่ถึงหลายอย่าง ตั้งแต่สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนถึงมหึมาน้ำท่วมในประเทศไทยที่กำลังเผชิญกันทุกวันนี้ จากผลของทั้งสองวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับสองประเทศนี้ ส่งผลกระทบกับการผลิตและจ่ายไฟฟ้าทั้งรุนแรงและบางส่วน </p>
<p>Blog นี้ได้กล่าวถึง<strong>วิกฤตการณ์ซีเรียสอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถเกิดกับระบบกำลังไฟฟ้า</strong> ซึ่งส่งผลให้คนไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้านานมากๆ แน่นอนที่จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของคนอย่างรุนแรงมาก <strong>วิกฤตการณ์ที่ว่านี้คือการเกิดไฟฟ้าดับเป็นพื้นที่หลายจังหวัดติดต่อกัน</strong> ที่เรียกว่า &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Power_outage"><strong>Blackout</strong></a>&#8221; และในกระบวนการที่ช่วย<strong>กู้ระบบไฟฟ้า</strong>กลับขึ้นมาได้เรียก &#8220;<strong>Black Start</strong>&#8221; ซึ่งส่วนหนึ่งต้องใช้<strong>โรงไฟฟ้าเขื่อน</strong>นี่เองค่ะ ช่วยทำให้<strong>การกู้ระบบไฟฟ้า</strong>กลับคืนมาด้วยความรวดเร็ว นั่นหมายถึง<strong>ความมั่นคงของทั้งระบบไฟฟ้าของประเทศไทย</strong>ทีเดียว</p>
<h2>Black Start</h2>
<p><strong>Black Start</strong> คือ การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าด้วยตัวเอง เพื่อนำพลังงานไฟฟ้าไปจ่ายให้โรงไฟฟ้าอื่นซึ่งไม่สามารถ <strong>Black Start</strong> ตัวเองได้ แล้วจึงค่อยทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบหลักของระบบจำหน่าย เพื่อส่งต่อไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า การ <strong>Black Start</strong> เป็นขั้นตอนหนึ่งใน<strong>แผนการนำระบบไฟฟ้ากลับคืนสู่ภาวะปกติ (Blackout Restoration Plan)</strong></p>
<p>สำหรับขั้นตอน<strong>การกู้ระบบไฟฟ้า</strong>นั้นต้องมีการปรับปรุง ซ้อมกันต่อเนื่องทุกปี สำหรับ<a href="http://chenbin.exteen.com/20090820/blackout-black-start-1">ขั้นตอนการกู้ระบบไฟฟ้าลองอ่านจาก blog</a> นี้เข้าใจง่ายดีค่ะ</p>
<p>1. เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศขึ้น กฟผ. ก็จะทำการ <strong>Black Start</strong> โรงไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ ที่มีการจัดแบ่งไว้<br />
3. จ่ายไฟไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงผ่านสายส่งในแต่ละพื้นที่<br />
4. ในช่วงแรก ไฟฟ้าที่ได้จากการ <strong>Black Start</strong> จะจ่ายให้กับโรงไฟฟ้าที่ไม่สามารถ <strong>Black Start</strong> ได้ก่อน และที่เหลืออีกประมาณ 20%-30% จะจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า<br />
5. เชื่อมโยงระบบไฟฟ้าแต่ละพื้นที่เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความมั่นคง<br />
6. ทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งหมดจนครบ 100%<br />
อ่าน<a href="http://www.hks.harvard.edu/hepg/Papers/NYISO.blackout.report.8.Jan.04.pdf">ลิงค์นี้แบบลงรายละเอียดขั้นตอน <strong>Black Start</strong> ที่อเมริกาเมื่อปี 2546</a></p>
<p>จาก<a href="http://www.energythai.com/2010/to-protect-blackout-in-thailand/">ภาพยนตร์โฆษณา</a>นี้ จะเห็นได้ชัดว่า<strong>มีการ Startup โรงไฟฟ้าเขื่อน</strong> และ<strong>โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซเครื่องดีเซล</strong>ขึ้นมาเพื่อทำการ <strong>Black Start</strong> ได้ทันทีทันใด </p>
<h2>เหตุผลที่เขื่อน Startup ได้รวดเร็วจึงถูกกำหนดให้กู้ระบบไฟฟ้า</h2>
<blockquote><p>กฟผ. ได้แบ่งพื้นที่เพื่อทำการ <strong>Black Start </strong>โรงไฟฟ้า โดยมี<a href="http://prinfo.egat.co.th/addbase_save/file/53060201051/51.pdf">ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า</a>อยู่ 5 แห่ง คือ ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าเขตนครหลวง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ ทั้งนี้มีศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ จะเป็นผู้ทำหน้าที่ในการประสานงานกับศูนย์ควบคุมทั้ง 5 แห่ง และควบคุมสั่งการระบบผลิตไฟฟ้าของทั้งประเทศ พร้อมทั้งดูแลและจัดการระบบส่งที่มีระดับแรงดันสูงตั้งแต่ 230 กิโลโวลต์ขึ้นไป<br />
โดยศูนย์ควบคุมในแต่ละภาคจะได้<strong>กำหนดโรงไฟฟ้าที่จะเป็นตัว Black Start ไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำ</strong> เนื่องจากสามารถทำการ <strong>Black Start</strong> ได้เร็ว ใช้เวลาประมาณ 5 – 10 นาที หรือ<strong>โรงไฟฟ้ากังหันแก๊สบางแห่งที่มี Black Start Diesel</strong></p></blockquote>
<p><a href="http://www.facebook.com/topic.php?uid=333846375362&#038;topic=14039"><br />
ตัวอย่าง</a> เมื่อปี 2552 ได้จำลองเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่ จ. นครสวรรค์ โรงไฟฟ้าที่เป็นตัว <strong>Black Start</strong> ขึ้นมาก็คือ<strong>โรงไฟฟ้าเขื่อนภูมิพล</strong>นั่นเอง</p>
<p><strong>&#8220;ผู้รับผิดชอบเขื่อน มาพร้อมกับภารกิจในการรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศไทย&#8221;</strong></p>
<p><em>เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วที่อเมริกาเมื่อปี 2546</em>:<br />
ถ้าเป็นกรณีซีเรียสมากๆ แบบข่าวใหญ่ที่อเมริกันกว่า 50 ล้านคนได้รับผลกระทบนั้นที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2546 นี้เอง ครอบคลุมพื้นที่แสดงใน <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/File:Map_of_North_America,_blackout_2003.svg">Map</a> นานกว่า 24 ชั่วโมงทีเดียว <a href="http://genscape.com/pages.php?uid=4&#038;sid=10&#038;nid=34&#038;act=news">ลองอ่านลิงค์นี้</a>ดูจะพบว่า ฝรั่งเค้าก็ไม่บูรณาการเหมือนกันนะ <img src='http://www.energythai.com/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  </p>
<p><em>Blog ก่อนหน้านี้</em>:<br />
* <a href="http://www.energythai.com/2009/thai-blackout-benchmark/">Blackout Benchmark ของประเทศไทย</a><br />
* <a href="http://www.energythai.com/2010/to-protect-blackout-in-thailand/">To protect Blackout in Thailand </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2011/black-start/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 คำถาม น้ำสะสมในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ที่ผ่านมา ใครรับผิดชอบ?</title>
		<link>http://www.energythai.com/2011/dam-flood/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2011/dam-flood/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Oct 2011 15:57:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวในประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านบริหารจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[crisis]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[thaiflood]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2483</guid>
		<description><![CDATA[มีคำถามมากมายเกี่ยวกับสาเหตของน้ำท่วมในครั้งนี้ บ้างก็ว่าเป็นสาเหตจากกรมชลประทาน บ้างก็ว่ามีสาเหตจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตผู้ควบคุมเขื่อน ในที่สุดทางฝั่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ) ก็มีคำตอบในเรื่องนี้ค่ะ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fdam-flood%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2Fdam-flood%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ในช่วงที่ผ่านมามีหลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่าการเกิดภาวะ<strong>น้ำท่วม</strong>มากเป็นประวัติศาสตร์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ มีสาเหตุจาก<strong>การบริหารจัดการน้ำ</strong>ที่ผิดพลาด ไม่มีประสิทธิภาพ หรือไม่มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อเท็จจริงใน<strong>การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา</strong>นั้น อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของหน่วยงานดังนี้</p>
<p><strong>1. <a href="http://dds.bangkok.go.th/Web_mdsd/w2-3-2.html">คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามแนวพระราชดำริ</a> </strong><br />
<strong>2. คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ</strong> ประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ <strong>กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ</strong><strong>และการเกษตร สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กฟผ. และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ (กปร.)</strong> </p>
<h2>บทสัมภาษณ์ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์การทำงานจริงช่วงหนึ่ง</h2>
<p>อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วก็พอจะรู้ว่าผู้สั่งการต้องได้รับ มติ จาก ครม. ที่รับผิดชอบทุกส่วนในประเทศไทย แต่สิ่งที่รู้สึกจะขาดไปคือ การที่แต่ละเรื่องย่อยๆ ไม่ได้ถูกเชื่อมโยงกันก่อนตัดสินใจ-การบูรณาการแล้วค่อยคิด-คิดแล้วค่อยตัดสินใจเพื่อให้ได้มติ หรือตัดสินใจภายใต้ความต้องการการตอบสนองนโยบายบางอย่างที่ออกมาในช่วงนั้น</p>
<p>และนี่ก็คือสิ่งที่คุณปลอดประสพเปิดใจผ่าน<a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1319443124&#038;grpid=09&#038;catid&#038;subcatid" rel="nofollow">ประชาชาติธุรกิจ</a> เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา</p>
<blockquote><p>&#8230;ส่วนเรื่องมีคนกล่าวหาว่าผมเป็นคนสั่งให้เปิดน้ำน้ำเขื่อนมาก่อนหน้านี้นั้นเป็นไปไม่ได้ ข้อแรกคือ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ แต่<strong>คนที่จะสั่งเปิดน้ำปิดน้ำของเขื่อนภูมิพลกับสิริกิตต์</strong> คือ <strong>รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> กับ <strong><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-annual2010th_p47-BOD1.pdf">บอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</a></strong> และข้อที่สอง คือ เขาจะเปิดหรือปิดหรือไม่ที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องในเดือนมกราคม แต่ผมเพิ่งเป็น รัฐมนตรี 2 เดือน ขณะที่การตัดสินใจปิดหรือเปิด เกิดเมื่อ 7-8 เดือนที่แล้ว ท่านธีระ(รมว.เกษตรฯ) ต้องอธิบาย ไม่ใช่มาถามปลอดประสพ&#8230; </p>
<p>แล้วผมเป็นคนสั่งปิดน้ำเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิตต์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ต่อหน้านายกรัฐมนตรีเพราะท่านนั่งข้างผมแล้วให้ผมโทร ผมก็บอกประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ก็คือปลัดกระทรวงผม ให้ปิดน้ำจากเขื่อน ส่วนที่เขาเปิดปิดเขื่อนให้เดือดร้อนนั่นมันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว&#8230;</p></blockquote>
<p>มีคำถามมากมายเกี่ยวกับสาเหตุของน้ำท่วมในครั้งนี้ บ้างก็ว่าเป็นสาเหตุจาก<strong>กรมชลประทาน</strong> บ้างก็ว่ามีสาเหตุจาก<strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ</strong> ผู้ควบคุมเขื่อน ในที่สุดทางฝั่ง<strong>การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.)</strong> ก็มีคำตอบในเรื่องนี้ค่ะ แต่เป็นในรูปแบบเอกสารเก็บที่<a href="http://www.egat.co.th/wwwthai/index.php?option=com_content&#038;view=article&#038;id=573:2011-10-05-06-53-35&#038;catid=72&#038;Itemid=550" rel="nofollow">เว็บไซต์ของ กฟผ.<br />
</a></p>
<h2>10 คำถาม – คำตอบ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ในสถานการณ์วิกฤตน้ำท่วม</h2>
<p>จากวิกฤตการณ์น้ำท่วม ทำให้หลายฝ่าย รวมทั้งสื่อมวลชนแขนงต่างๆ และ Social Media ได้มีการตั้งกระทู้ คำถาม และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการบริหารจัดการเขื่อนใหญ่ของ <strong>กฟผ</strong>. <strong> กฟผ.</strong> จึงจัดทำเป็น ถาม-ตอบ โดยเฉพาะในเรื่องการดำเนินการของเขื่อนในภาวะน้ำท่วม เพื่อเป็นข้อมูลให้สาธารณชนในประเด็นต่างๆ ดังนี้ </p>
<blockquote><p>
1.   การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน กฟผ. และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาทำอย่างไร ?<br />
2.   ทำไมเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จึงไม่ระบายน้ำออกมาก่อนในช่วงต้นฤดูฝน<br />
3.   ทำไมเขื่อนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway)<br />
4.   เขื่อนต้องการเก็บน้ำไว้มากเพื่อประโยชน์จากการผลิตกระแสไฟฟ้า<br />
5.   ปัจจุบันเขื่อนลดปริมาณการปล่อยน้ำลงแล้ว แต่ทำไมน้ำยังท่วมอยู่<br />
6.   เขื่อนเก็บน้ำไว้ตั้งแต่ต้นมากเกินไปหรือไม่<br />
7.   เขื่อนภูมิพลช่วยบรรเทาภาวะน้ำท่วมอย่างไร<br />
8.   ทำไมไม่เร่งระบายน้ำแบบเดียวกับปี 2553 ?<br />
9.   ทำไมไม่หยุดปล่อยน้ำ ทั้งที่ไม่มีฝนตกเหนือเขื่อน ?<br />
10. ใครเป็นผู้ตัดสินใจสั่งให้ปล่อยหรือไม่ให้ปล่อยน้ำ ?
</p></blockquote>
<p>ทั้งนี้การจัดทำเนื้อหาสาระดังกล่าว ฝ่ายสื่อสารองค์การ กฟผ. มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อถกเถียง หรือโต้แย้งความคิดเห็นที่อาจแตกต่างกันได้ แต่มุ่งให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ถูกต้องตรงกัน อันจะเป็นประโยชน์สร้างความเข้าใจในวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น และร่วมกันพิจารณาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อส่วนรวมต่อไป  ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ infocenter@egat.co.th ค่ะ</p>
<h2>1. ถาม การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน กฟผ. และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำอย่างไร</h2>
<p><strong>ตอบ </strong> </p>
<p>การบริหารจัดการน้ำในเขื่อน กฟผ. ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา การบริหารจัดการน้ำ<strong>ช่วงฤดูน้ำหลาก</strong>อยู่ในความรับผิดชอบของ<strong>คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ</strong> (ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำ กรมอุทกศาสตร์ สำนักการระบายน้ำ กทม. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ กฟผ.) ร่วมกันติดตาม-วิเคราะห์สถานการณ์น้ำเพื่อวางแผนการระบายน้ำให้มีความเหมาะสม โดย</p>
<p><em>- มีแผนการพร่องน้ำในอ่างฯ ในช่วงต้นฤดูฝนเพื่อรองรับน้ำที่คาดว่าจะมีมาตลอดฤดูฝน  โดยประสานและวางแผนการพร่องน้ำร่วมกับกรมชลประทาน ตามข้อมูลคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา</p>
<p>- ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำด้วยเส้นระดับน้ำควบคุม (Operating Rule Curve)</p>
<p>- ติดตามข้อมูลฝนและระดับน้ำโดยระบบโทรมาตร เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว </p>
<p>- มีศูนย์ปฎิบัติการติดตามสถานการณ์น้ำ (War Room) เพื่อประชุมติดตาม  แลกเปลี่ยนข้อมูลและผลการวิเคราะห์ ประกอบการตัดสินใจ </p>
<p>- ประสานกับกรมชลประทานทุกสัปดาห์ หรือทุกวัน  เพื่อหารือและวางแผนการระบายน้ำที่เหมาะสม </em></p>
<h3>การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ. </h3>
<p>เขื่อนของ กฟผ.เป็นเขื่อนเอนกประสงค์ มีหน้าที่กักเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรกรรม การอุปโภคบริโภค การอุตสาหกรรมและการบรรเทาอุทกภัยเป็นหลัก ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการปล่อยน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าตามปริมาณ เพื่อการใช้ประโยชน์ที่กล่าวข้างต้น</p>
<p>ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของ กฟผ. ตามหลักการจะพยายามควบคุมให้ระดับน้ำ อยู่ในกรอบของ “เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ” (Rule Curve) ซึ่งมีอยู่ 2 เกณฑ์ คือ “เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวล่าง” (Lower Rule Curve)  และ “เกณฑ์ควบคุมระดับน้ำตัวบน” (Upper Rule Curve)</p>
<p><em>- <strong>Lower Rule Curve</strong> จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้ต่ำกว่าระดับนี้ จะมีความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำในปีหน้า</p>
<p>- <strong>Upper Rule Curve </strong>จะทำหน้าที่บอกให้ทราบว่า หากเก็บน้ำไว้สูงกว่าระดับนี้จะมีความเสี่ยงเรื่อง น้ำล้นเขื่อนจนอาจต้องเปิดประตูระบายน้ำล้น (Spillway) <div id="attachment_2522" class="wp-caption aligncenter" style="width: 726px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam3.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam3.jpg" alt="ตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลโดยเกณฑ์ระดับน้ำควบคุม (Rule Curve) ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีน้ำมาก" title="thaiflood-dam ตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลโดยเกณฑ์ระดับน้ำควบคุม (Rule Curve) ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีน้ำมาก " width="716" height="523" class="size-full wp-image-2522" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพลโดยเกณฑ์ระดับน้ำควบคุม (Rule Curve) ในปี พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นปีน้ำมาก</p></div></em><br />
ในสภาวการณ์ปกติ เขื่อนจะพยายามควบคุมไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่า Lower Rule Curve ในช่วงฤดูแล้ง และช่วงฤดูฝน เขื่อนก็จะพยายามระบายน้ำเพื่อไม่ให้ระดับน้ำสูงเกิน Upper Rule Curve ดังนั้น Rule Curve จึงเปรียบเสมือนเกณฑ์ที่คอยควบคุมระดับน้ำในเขื่อนให้มีปริมาณน้ำเก็บกักที่เหมาะสมเทียบกับช่วงเวลาของฤดูกาล เพื่อให้มีน้ำไว้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี</p>
<p><div id="attachment_2516" class="wp-caption aligncenter" style="width: 651px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam1.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam1.jpg" alt="กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลในปี 2554" title="thaiflood-dam กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลในปี 2554" width="641" height="442" class="size-full wp-image-2516" /></a><p class="wp-caption-text">กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนภูมิพลในปี 2554</p></div><br />
<div id="attachment_2519" class="wp-caption aligncenter" style="width: 686px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam2.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood-dam2.jpg" alt="กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ในปี 2554" title="thaiflood-dam กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ในปี 2554" width="676" height="461" class="size-full wp-image-2519" /></a><p class="wp-caption-text">กราฟแสดงการเก็บน้ำของเขื่อนสิริกิติ์ในปี 2554</p></div><br />
<em>อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้อยู่ภายในกรอบของ Rule Curve ดังกล่าวนั้น ในทางปฏิบัติ<strong> อาจมีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการได้ตามแผนงานปกติ</strong> อาทิ การคาดการณ์สภาวะอากาศ ปริมาณน้ำฝน/น้ำท่าในลุ่มน้ำ ปรากฎการณ์เอลนินโญ่ หรือลานินญ่า การมีมรสุมที่ทำให้เกิดฝนตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ หรือข้อจำกัดที่พื้นที่ท้ายน้ำของเขื่อนอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวพืชผล หรือกำลังเกิดปัญหาอุทกภัย เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การบริหารจัดการน้ำในเขื่อนต้องปรับเปลี่ยนไปจากแนวปฏิบัติ</em></p>
<h2>2. ถาม ทำไมเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จึงไม่ระบายน้ำออกมาก่อนในช่วงต้นฤดูฝน</h2>
<p><strong>ตอบ</strong> </p>
<p>ช่วงต้นฤดูฝน ณ วันที่ 1 พ.ค. เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 6,076 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 45.1 ของความจุ  เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำเก็บกัก 4,784 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 50.3 ซึ่งเมื่อเทียบกับระดับน้ำควบคุม (Rule Curve) ที่ใช้เป็นกรอบในการปฏิบัติการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแล้วถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก   </p>
<p>จากข้อมูลข้างต้นทั้งสอง <strong>เขื่อนมีปริมาณน้ำเก็บกักค่อนข้างน้อยในช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งตามแนวปฏิบัติของการบริหารจัดการน้ำตามสถิติข้อมูลที่ใช้อ้างอิง จะต้องเก็บกักน้ำไว้ เพื่อให้สามารถมีน้ำไว้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาพรวมตลอดทั้งปี ดังนั้นการระบายน้ำออกจากเขื่อนในช่วงนี้ จึงทำผ่านการผลิตไฟฟ้า ตามปริมาณน้ำที่ต้องการใช้เพื่อการเกษตรกรรมและสาธารณูปโภคเป็นหลัก</strong></p>
<p>แต่ต่อมาปีนี้ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก ได้แก่ <strong>ไหหม่า </strong>(ปลาย มิ.ย. ถึงต้น ก.ค.) และ<strong>นกเตน </strong>(ปลาย ก.ค. ถึงต้น ส.ค.) จึงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากกว่าเกณฑ์เฉลี่ยปกติมาก ทั้งนี้  <strong>มากที่สุดตั้งแต่สร้างเขื่อนภูมิพลมา</strong> (กว่า 40 ปี) และเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม ปริมาณน้ำฝนที่ตกในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง<strong>สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 30 ปี</strong> ทำให้เกิดภาวะ<strong>น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา</strong> เป็นเหตุให้ไม่สามารถระบายน้ำออกจากเขื่อนได้ เนื่องจากจะไปซ้ำเติมปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ในช่วงเดือน ส.ค. – ก.ย. และต่อมาในช่วงปลายเดือน ก.ย. มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “<strong>ไห่ถาง</strong>” และ “<strong>เนสาด</strong>” ในเดือน ต.ค. จาก “<strong>นาลแก</strong>” ทำให้ปัญหาน้ำท่วมทวีความรุนแรงมากขึ้น</p>
<h2>3. ถาม ทำไมเขื่อนต้องระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการผลิตกระแสไฟฟ้า</h2>
<p><strong>ตอบ</p>
<p>เขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่  25 ส.ค. – 11 ก.ย. 54<br />
เขื่อนภูมิพลมีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้น ระหว่างวันที่ 5 – 13 ต.ค. 54 และ 18 – 20 ต.ค. 54</strong> </p>
<p>การที่ทั้ง 2 เขื่อนจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นผ่านประตูระบายน้ำล้น นอกเหนือจากการระบายน้ำผ่านการผลิตกระแสไฟฟ้า เนื่องจากปริมาณน้ำใกล้เต็มความจุของอ่างเก็บน้ำ และจากการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างยังมีแนวโน้มที่มีปริมาณสูงอยู่ จึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกเพิ่มมากขึ้น  เพื่อควบคุมไม่ให้ระดับเก็บกักน้ำเกินความจุของอ่าง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนและอาคารประกอบ ทั้งนี้ในระหว่างการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้นก็ได้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าอ่างอย่างใกล้ชิด เมื่อพบว่ามีแนวโน้มลดลงก็ลดปริมาณการระบายน้ำ จนปัจจุบันไม่มีการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำล้นจากเขื่อนทั้งสอง</p>
<h2>4. ถาม เขื่อนต้องการเก็บน้ำไว้มากเพื่อประโยชน์จากการผลิตกระแสไฟฟ้า</h2>
<p><strong>ตอบ</strong></p>
<p> การผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อน<strong>ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน</strong>แต่เป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำตามความต้องการใช้น้ำเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ อาทิ เช่น การอุปโภค บริโภค การเกษตรกรรม รวมทั้งการบรรเทาอุทกภัย ซึ่งการบริหารจัดการ เรื่องปริมาณน้ำที่จะต้องระบายออก ในช่วงเวลาใดๆ ในรอบปี อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการฯ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อพิจารณาตัดสินใจร่วมกันอย่างใกล้ชิด</p>
<p>นอกจากนี้<strong>การเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อ กฟผ. แต่ประการใด</strong> ทั้งนี้เนื่องจากในระบบโครงสร้าง อัตราค่าไฟฟ้าปัจจุบัน <strong>กฟผ.ได้รับรายได้กลับคืนในรูปแบบ “ผลตอบแทนเงินลงทุน” (ROIC)</strong> จึงไม่เกิดแรงจูงใจให้ กฟผ.จะต้องเก็บกักน้ำไว้ในปริมาณมากๆ แต่อย่างใด ดังนั้นปัจจุบันการระบายน้ำของเขื่อน<strong>เป็นไปตามความจำเป็นทางด้านเกษตรกรรม การบรรเทาอุทกภัย และสาธารณูปโภคเป็นหลัก</strong></p>
<h2>5. ถาม ปัจจุบันเขื่อนลดปริมาณการปล่อยน้ำลงแล้ว แต่ทำไมน้ำยังท่วมอยู่</h2>
<p><strong>ตอบ</strong></p>
<p>ช่วงที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์มีการระบายน้ำออกรวมกันวันละ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ประมาณ 800 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ<strong>คิดเป็นร้อยละ 20 ของมวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ราว 4,000 ลบ.ม.ต่อวินาที</strong> ซึ่งน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์มาจากแม่น้ำหลัก 4 สาย คือ ปิง วัง ยม และน่าน ขณะที่มีเขื่อนขนาดใหญ่กั้นอยู่เพียง 2 สาย คือ แม่น้ำปิงและน่าน ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจึงมาจากแม่น้ำยมและวัง รวมทั้งน้ำที่ค้างอยู่ตามทุ่งไหลลงมา ซึ่งมีปริมาณรวมถึงร้อยละ 80 ของน้ำที่ผ่าน จ.นครสวรรค์แล้วไหลสู่กรุงเทพฯและปริมณฑลไปรวมกับมวลน้ำที่ยังค้างอยู่ตามไร่นาจากภาวะ    น้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ช่วงเดือน ส.ค. – ก.ย. ทำให้มวลน้ำที่กำลังมุ่งสู่กรุงเทพฯ ยังคงมีปริมาณมาก</p>
<h2>6. ถาม เขื่อนเก็บน้ำไว้ตั้งแต่ต้นมากเกินไปหรือไม่</h2>
<p><strong>ตอบ</strong></p>
<p> ในช่วงต้นฤดูฝน 2554  ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลยังต่ำกว่าเกณฑ์กักเก็บปกติในปี 2552 และ 2553 แต่เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งของเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ในช่วงฤดูฝนปี 2554 มีค่ามากกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 เท่า ซึ่งจากสถิติน้ำของเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่ก่อสร้างและเริ่มเก็บกักน้ำในปี 2507 มีน้ำไหลเข้าเฉลี่ย 5,536 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี </p>
<p>แต่ตั้งแต่ต้นปี 2554 ถึงวันที่ 24 ตุลาคม ก็มีน้ำไหลเข้า 11,200 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ<strong>มากกว่าเกณฑ์เฉลี่ย 2 เท่าตัว </strong></p>
<div id="attachment_2485" class="wp-caption aligncenter" style="width: 639px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/damwater.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/damwater.jpg" alt="ภาพสีแดงแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนปี 2554" title="ภาพสีแดงแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนปี 2554" width="629" height="498" class="size-full wp-image-2485" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพสีแดงแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนปี 2554</p></div>
<p>ประกอบกับ ปีนี้เป็นปีที่น้ำมามากและมาเร็วตั้งแต่ต้นฤดูฝน และพื้นที่ท้ายเขื่อนประสบอุทกภัยทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้มากนัก จากพายุ ไห่ถัง เนสาด และนาลแก เข้ามาที่ภาคเหนือของประเทศไทยเมื่อต้นเดือนตุลาคม แม้ว่าทั้ง 2 เขื่อนจะมีการระบายน้ำเพิ่มจากแผนการระบายน้ำเดิมแล้วก็ตาม</p>
<p>         <em>อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถคาดการณ์สภาพดินฟ้าอากาศล่วงหน้าได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ บางปีก็เป็นไปตามคาดการณ์ บางปีก็ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ จึงต้องอาศัยการพยากรณ์และการเก็บสถิติน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำย้อนหลังเป็นเวลาหลายปี มาประมวลจัดทำเป็นเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำ (Rule Curve) ในแต่ละเดือน สัปดาห์ และวัน นอกจากนี้ จะต้องมีการติดตามและปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง แบบวันต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาหากเกิดอุทกภัยหรือภัยแล้ง</em></p>
<h2>7. ถาม เขื่อนภูมิพลช่วยบรรเทาภาวะน้ำท่วมอย่างไร</h2>
<p><strong>ตอบ </strong></p>
<p>แม้จะมีน้ำมาก เขื่อนภูมิพลก็ยังสามารถบรรเทาภาวะน้ำท่วมได้ จากข้อมูลการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม &#8211; 13 ตุลาคม 2554 เขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ทั้งสิ้น 10,281 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำในช่วง 5 เดือนครึ่งรวมกัน  2,861 ล้าน ลบ.ม. เก็บน้ำไว้ถึงกว่า 7 พันล้าน ลบ.ม. ในขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ รวม 9,760 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำในช่วงเดียวกัน 5,000 ล้าน ลบ.ม. เก็บน้ำไว้เกือบ 5 พันล้าน ลบ.ม. </p>
<p>จะเห็นว่า<strong>ตลอดช่วงฤดูฝนเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ได้เก็บน้ำไว้กว่า  12,000 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นปริมาณน้ำราวครึ่งหนึ่งของมวลน้ำที่ท่วมภาคเหนือตอนบนและภาคกลาง ที่คาดว่าจะมีมวลน้ำท่วมมากถึง 20,000 ล้าน ลบ.ม</strong> </p>
<p>แม้ในช่วงระหว่างวันที่ 1 – 24 ตุลาคม 2554 ที่เขื่อนภูมิพลมีน้ำเกือบเต็มความจุอ่าง ก็ได้ระบายน้ำผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและประตูระบายน้ำฉุกเฉินรวมราว 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร น้อยกว่าปริมาณน้ำไหลเข้าที่มีมากถึง 2,500 ล้านลูกบาศก์เมตร </p>
<h2>8. ถาม ทำไมไม่เร่งระบายน้ำแบบเดียวกับปี 2553</h2>
<blockquote><p>มีข้อมูลว่า<br />
เดือนเมษายน 2554 ปริมาณน้ำในเขื่อน 50.21% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.0 ล้าน ลบม. ในขณะที่ปี 2553 ปริมาณน้ำ 37.95% ระบายน้ำถึง 12 ล้านลบ.ม.<br />
เดือนพฤษภาคม 2554 ปริมาณน้ำในเขื่อน 52.63% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 7.5 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ปี 2553 ปริมาณน้ำ 36.90% ระบายน้ำถึง 8.3 ล้าน ลบ.ม. <br />
เดือนมิถุนายน 2554 ปริมาณน้ำในเขื่อน 60.27% แต่กลับปล่อยน้ำออกเพียง 0.0 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่ปี 2553 ปริมาณน้ำ 34.10% ระบายน้ำถึง 11.0 ล้าน ลบ.ม.<br />
พอเริ่มปล่อยน้ำออกมาก็พอดีกันกับที่ฝนตกชุก พอน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ปล่อยลงสู่แม่น้ำน่านก็ส่งผลให้เกิดน้ำท่วม</p></blockquote>
<p><strong>ตอบ</strong></p>
<p> เนื่องจากปี 2553 มีปัญหาการขาดแคลนน้ำยาวนานจนถึงปลายปี ทำให้เขื่อนต้องวางแผนระบายน้ำเป็นปริมาณมาก โดยในช่วง เม.ย. – มิ.ย. 2553 ระบายรวมทั้งสิ้น 2,150 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นเขื่อนภูมิพล 1,200 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ 950 ล้าน ลบ.ม.<br />
ขณะที่ปี 2554 ระบายน้ำตามแผนจำนวนทั้งสิ้น 1,330 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็นเขื่อนภูมิพล 530 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิตติ์ 800 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าปี 2553 จำนวน 150 ล้าน ลบ.ม.</p>
<h2>9. ถาม ทำไมไม่หยุดปล่อยน้ำ ทั้งๆ ที่ไม่มีรายงานฝนตกเหนือเขื่อน</h2>
<p><strong>ตอบ</strong></p>
<p>  	พื้นที่รับน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ มีบริเวณกว้าง แม้จะไม่มีรายงานฝนตก แต่ก็อาจมีฝนตกในบางพื้นที่ รวมทั้งจะมีปริมาณน้ำหลากค้างทุ่งหรือพื้นที่ป่าเขาที่ทะยอยไหลเข้าเขื่อนตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลน้ำไหลเข้าเขื่อนลดลง จะมีการประเมินสถานการณ์ เพื่อลดการระบายน้ำทันที </p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อช่วยให้เขื่อนยังสามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์ความรุนแรงบางส่วนได้ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2554 เป็นต้นมา มีระดับเก็บกักเกินกว่าร้อยละ 99 ที่ระดับเก็บกักดังกล่าวนี้ เขื่อนภูมิพลจะสามารถรับน้ำได้ไม่เกินวันละ 120 ล้าน ลบ.ม.</p>
<p>การปล่อยน้ำบางส่วน ยังช่วยให้มีพื้นที่รับน้ำได้ดีกว่าการเก็บไว้จนเต็ม 100 % เช่น ในระหว่างวันที่ 3 &#8211; 5 ตุลาคม 2554 มีน้ำไหลเข้าวันละ 213 ถึง 289 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งหากเขื่อนเก็บกักน้ำไว้จนเต็มความจุ 100 % ก็จะต้องปล่อยน้ำที่เข้ามาในแต่ละวันออกทั้งหมด ซึ่งจะทำให้มีอัตราการไหลของน้ำรุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้ </p>
<h2>10. ถาม ใครเป็นผู้ตัดสินใจสั่งให้หรือไม่ให้ปล่อยน้ำ</h2>
<p><strong>ตอบ </strong></p>
<p>ในการวางแผนการระบายน้ำในแต่ละปี คณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆกว่า 20 หน่วยงาน ที่รับผิดชอบดูแลการใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรม อุปโภค และบริโภค จะกำหนดเป้าหมายความต้องการใช้น้ำตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ตลอดช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็นต้นไป โดยจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ รวมทั้งต้นทุนน้ำในแต่ละเขื่อน จากนั้นกรมชลประทานและ กฟผ. จึงมาร่วมกันวางแผนการระบายน้ำในรายละเอียดเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ และรายวัน ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำ และประกาศให้เกษตรกรทราบ เพื่อวางแผนการใช้น้ำต่อไป </p>
<p>          อย่างไรก็ตาม หากมีเหตุการณ์ผิดปกติ ทั้งภัยแล้ง หรือน้ำท่วม เช่นในปี 2554 กรมชลประทานจะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ เพื่อติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดและพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำตามสถานการณ์ </p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><strong>  ***เรื่องของปริมาณน้ำในเขื่อนที่บ้างคิดว่าเป็นประเด็น มีเพียง 20% ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่ไหลผ่านนครสวรรค์ หรือตอนนี้สังคมต้องการหาแพะแบบที่เป็นคนมารับผิดชอบ</p>
<p>  เรื่องการพยากรณ์อากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยารับไป แต่ไม่ได้รับไปเต็มที่ เพราะการหาแพะแบบที่เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ก็ง่ายดี ไม่ต่างกับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกยึด Global Warming เป็นสาเหตุของทุกเรื่องไปก่อน</p>
<p>  หรือจะยอมรับความจริงว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้านการป้องกันภัยพิบัติ เรื่องการลงทุนวิจัยจริงจังเพื่อแก้ปัญหา เป็นเรื่องที่ตกกระป๋องทุกครั้งในที่ประชุมเกือบทุกระดับในประเทศไทย</p>
<p>  และถ้าจะลองมองให้ดี คือ ประเด็นเขื่อนถูกหยิบยกขึ้นมา เพราะเรามองข้อมูลกันแค่เป็นจุดแทนที่จะมองเส้นแนวโน้มหรือไม่ จากคำตอบที่ 7 ข้างบนทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าคนเรามีอายุสัก 300 ปี เราคงเห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า จากที่ 2 เขื่อนใหญ่ถูกสร้างขึ้นมาหลังจากปี 2500 เราก็ยังไม่ประสบกับวิกฤตน้ำท่วมที่ทำลายสถิติปี 2485 อีกเลย จนกระทั่งปีนี้***</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2011/dam-flood/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิกฤตน้ำท่วมที่ 3 การไฟฟ้าฯ ต้องเผชิญ</title>
		<link>http://www.energythai.com/2011/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95-3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2011/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95-3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2011 10:25:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[CSR-Corporate Social Responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวในประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้ทั่วไปด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[crisis]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[Grid]]></category>
		<category><![CDATA[Outage]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[thaiflood]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[กฟผ]]></category>
		<category><![CDATA[การสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ภัยพิบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2348</guid>
		<description><![CDATA[การไฟฟ้าฯ ทั้งสามส่วนนี้ สามารถแบ่งวิกฤตได้เป็น 3 ส่วนคือ วิกฤตปริมาณน้ำ (กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต), วิกฤตต่อลูกค้าใช้ไฟฟ้าโดยตรง (การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) และ วิกฤตที่จะไม่มีไฟฟ้าส่งให้ใช้เพียงพอ(การไฟฟ้าฝ่ายผลิต)]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2F%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2595-3-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2F%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2595-3-%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259f%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<ol>
ช่วง<strong>วิกฤตน้ำท่วม</strong>ทุกวันนี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่กว้างได้รับผลกระทบกันเกือบทั้งหมด แต่อะไรไม่เท่ากับสิ่งที่มาซ้ำเติมอีก นั่นคือ <strong>ไฟฟ้า</strong>เกิดรั่วขึ้นมาอีก จะดับ<strong>ไฟฟ้า</strong>ทั้งพื้นที่ ข้างบ้านเค้าก็ไม่ยอมนะ เพราะบ้านเค้าไม่ได้รั่วนี่นา!!!</p>
<p>ตั้งแต่เริ่มเกิด<strong>วิกฤตการณ์</strong>จนกระทั่งวันนี้ มีประเด็นต่างๆ ทั้งจากสื่อใน Social Media จากทั้งสื่อมวลชนที่เน้นย้ำถึงปัญหา จากปากคนธรรมดาที่ทั้งวิจารณ์/สนับสนุน ศปภ. หรือจะนายกรัฐมนตรีเองก็ตาม:</p>
<p>ความขัดแย้งของชุมชนกันเองเรื่องพังคันกั้นน้ำคลองประปา, การเมืองหรือเรื่องจริง, กันกระสอบทรายส่วนรวมหรือบ้านตัวเอง, ไอเดียต่างๆ เรื่องน้ำน้ำที่คนไทยช่วยกันคิด ทั้งหมดที่ทำให้เราตามสถานการณ์ทัน เพราะ<strong>การสื่อสาร</strong>นั่นเอง</p>
<blockquote><p>จากเหตการณืทั้งหมดทำให้เริ่มเห็นอีกมุมหนึ่งของ<strong>ไฟฟ้า</strong> ที่กลายเป็น<strong>เครื่องมือสำคัญในภาวะวิกฤต</strong>เช่นนี้ ถ้าไม่นับเหตุผลเรื่องการเจริญเติบทางเศรษฐกิจแล้ว <strong>โลกนี้ต้องการ &#8220;ไฟฟ้า&#8221; เพื่อการสื่อสารให้คนสามารถผ่านวิกฤต</strong>นี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย</p></blockquote>
<h2>3 การไฟฟ้าแบ่งเขตกันอย่างไร</h2>
<p>กรณีศึกษาที่เห็นชัดคือ บางคนไม่รู้ว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ<strong>กระแสไฟฟ้า</strong>ที่บ้านเราใช้อยู่ พอบ้านเกิด<strong>ไฟฟ้า</strong>รั่วจึงแจ้งไปไม่ตรงหน่วยงาน ประกอบกับช่วง<strong>ภาวะวิกฤต</strong>นั้น คนที่เดือดร้อนมีมากจึงทำให้การอำนวยความสะดวก เช่น ยกหม้อแปลง และปลั๊ก<strong>ไฟฟ้า</strong>ขึ้นสูงเหนือน้ำ หรือการช่วยเหลือคือตัด<strong>ไฟฟ้า</strong>ออกจากพื้นที่ จะเห็นว่าความเข้าใจที่ถูกต้องนี่ เหมือนเป็นสิ่งที่เรามองข้ามไปในภาวะปกติ แต่กลับเป็นสิ่งสำคัญทีเดียวที่เราควรต้องรู้ เพื่อช่วยให้<strong> การไฟฟ้าฯ </strong>ปฏิบัติภารกิจให้เราได้ทันท่วงที<br />
<div id="attachment_2378" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood4.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood4-300x114.jpg" alt="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" title="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" width="300" height="114" class="size-medium wp-image-2378" /></a><p class="wp-caption-text">กระบวนการจากกระแสไฟฟ้าผลิตได้ ส่งต่อไปยังประชาชนไทยทุกพื้นที่ (คลิ๊กที่รูปเพื่อขยาย)</p></div><br />
ภาพข้างบนแสดงให้เห็นว่า<strong>พลังงานไฟฟ้า (kWh)</strong> ที่ใช้งานกันในประเทศไทยผลิตได้จากทั้งโรงไฟฟ้าในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าจากต่างประเทศ สำหรับโรงไฟฟ้าในไทย ประมาณครึ่งหนึ่งรับผิดชอบโดย <strong><a href="http://www.egat.co.th/wwwthai/">การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.- EGAT)</a></strong> ที่เหลือก็เป็นของเอกชน </p>
<p><strong>กระแสไฟฟ้า</strong>ที่ผลิตได้ถูกส่งต่อไปยัง ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้าแห่งชาติ (National Control Center) ที่รับผิดชอบโดย <strong><a href="http://www.egat.co.th/wwwthai/">EGAT</a></strong> และส่งต่อไปยังลูกค้าคือ <strong><a href="http://www.mea.or.th/internet/">การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.-MEA)</a></strong> และ<strong><a href="http://www.pea.co.th/th/">การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.-PEA)</a></strong> เพื่อส่งไปยังประชาชนเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลดังในรูป และ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดอื่นที่เหลือ ตามลำดับ</p>
<p>จากกระบวนการผลิตไฟฟ้า องค์กรที่รับผิดชอบ ไปจนถึงมือผู้ใช้ไฟฟ้านั้น <strong>การไฟฟ้าฯ </strong>ทั้ง 3 แห่งนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อยต่อ<strong>วิกฤตน้ำท่วม</strong>ในครั้งนี้ ที่แบ่งได้เป็น 3 ส่วนคือ <strong>1) วิกฤตปริมาณน้ำจากเขื่อน</strong>, <strong>2) วิกฤตต่อลูกค้าใช้ไฟฟ้าโดยตรง</strong> และ <strong>3) วิกฤตที่จะไม่มีไฟฟ้าส่งให้ใช้เพียงพอ</strong></p>
<h1>(1) วิกฤตที่น้ำปริมาณมหาศาลปล่อยจากเขื่อน : กรมชลฯ และ กฟผ.(EGAT)</h1>
<p>เป็นที่ทราบกันอย่างดีว่า <strong>เจ้าของน้ำ คือ กรมชลประทาน เจ้าของเขื่อน คือ  EGAT และจุดประสงค์หลักของการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเขื่อนเพื่อการชลประทาน</strong>  แต่ความเข้าใจอาจไม่เป็นวงกว้างเท่าที่ควร อย่างไรประเด็นนี้ขอให้ติดตามได้ที่ <a href="http://www.energythai.com/2011/dam-flood/">Blog ถัดไป</a></p>
<blockquote><p>
&#8220;คนที่จะสั่งเปิดน้ำปิดน้ำของเขื่อนภูมิพลกับสิริกิตต์ คือ <strong>รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์</strong> กับ <strong><a href="http://prinfo.egat.co.th/report/annual_report/annual2010/annual2010th/pdf/annual2010th_p47.pdf">บอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย</a></strong>&#8221; : <a href="http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1319443124&#038;grpid=09&#038;catid&#038;subcatid">คุณปลอดประสพ</a> </p></blockquote>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่ได้รับผลกระทบกันอยู่ปัจจุบันมาจากหลายสาเหตุ ดังนั้น การวิเคราะห์ข้อมูลจำเป็นต้องมีข้อมูลคาดการณ์จากทั้งปริมาณน้ำฝน น้ำสะสมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ลมที่จะพัดน้ำให้สูงขึ้นได้ และน้ำทะเลหนุนสูง บวกเข้ากับความเข้าใจธรรมชาติของน้ำ ความสูงต่ำของพื้นที่ จุดกักน้ำทุกๆ จุด คลองทุกสาย ผังเมือง และแผน 1,2,3,&#8230;ที่ต้องปรับเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอีกด้วย</p>
<h1>(2) วิกฤตต่อลูกค้าใช้ไฟฟ้าโดยตรง: การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.- MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.- PEA)</h1>
<p>จะเป็นวิกฤตปลายทางของผู้ใช้<strong>ไฟฟ้า</strong>ที่เจอกับน้ำท่วมบ้าน ในช่วงแรกของการท่วมที่ยังไม่สูงมากนัก ทาง <strong>กฟน. (MEA)</strong> และ <strong>กฟภ. (PEA)</strong> ก็มีบริการเลื่อนหม้อแปลง, ปลั๊กไฟฟ้าให้พ้นน้ำด้วย (<a href="http://www.it24hrs.com/2011/using-electricity-thaiflood/">วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อน้ำท่วมบ้าน คุณ @panraphee แนะนำไว้ใน Blog</a> ค่ะ )</p>
<p>แต่ถ้าท่วมสูงจนเกือบถึงปลั๊กไฟฟ้ากันแล้ว เจ้าของบ้านเอง ก็ต้องตัด<strong>ไฟฟ้า</strong>ออกด้วยตัวเองแบบ manual หรือ safety-cut กันอยู่แล้ว อีกส่วน ถ้าคนไม่อยู่ในบ้าน แต่บ้านโดยน้ำท่วมไปหมดแล้ว คราวนี้บ้านข้างเคียงอาจแจ้งให้ <strong>MEA / PEA</strong> ช่วยมาตัด<strong>ไฟฟ้า</strong>บริเวณนั้นให้หน่อย แต่การแจ้งแบบเป็นพื้นที่บริเวณกว้างนั้น จนท. ก็เสี่ยงต่อการที่จะถูกต่อว่าจากบ้านที่เค้าจำเป็นต้องใช้<strong>ไฟฟ้า</strong>ได้ ดูตัวอย่าง จากศูนย์อพยพที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต พอ<strong>ไฟฟ้า</strong>ดับต้องปิดแอร์หมด คนแก่ เด็ก อาการแย่ทันที ทางเจ้าหน้าที่ของ <strong>MEA</strong> บอกผ่านโทรศัพท์ว่าจะใช้เวลานานมาก เพราะ จนท.ต้องตรวจสอบว่ารั่วบริเวณใดบ้าง หลายจุดหรือจุดเดียว แต่<strong>ตัดไฟฟ้า</strong>เป็นพื้นที่กว้างสักแค่ไหน จึงขอให้โทรแจ้งเป็นบ้านๆ เพื่อ <strong>MEA</strong> นำมาประเมินเอง </p>
<p><strong>กรณีที่ลูกค้าเป็นประชาชนโดยตรง จะเห็นว่า การสื่อสาร 2 ทางระดับรายบ้าน มีความสำคัญมากต่อทั้ง MEA และ PEA </strong>เพื่อการรับส่ง feedback การแก้ไขปัญหา หรืออย่างน้อยแจ้งความคืบหน้าการทำงานของ จนท. เพื่อช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนได้บ้าง </p>
<p>และนี่คือตัวอย่างของ <strong>PEA</strong> ที่ได้ใช้เครื่องมือ Social Media: Facebook ที่คอยอัพเดทการทำงานของ จนท. ที่เข้าพื้นที่ต่างๆ เป็นอีกช่องทางที่ประชาชนที่ยังไม่โดนตัด<strong>ไฟฟ้า</strong> พอจะรู้ความเป็นไปของตัวเองได้บ้าง นอกเหนือจากพื้นที่ข่าวในทีวีปกติที่การรายงานจะเกาะติดสถานการณ์การระบายน้ำซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้ อีกทั้งยังมี Twitter: <a href="http://twitter.com/#!/pea_thailand">@pea_thailand</a> และคุณ <a href="http://twitter.com/#!/hema007">@hema007</a> ที่เป็นอีกช่องทางที่ทีมงาน <strong>PEA</strong> ได้ใช้สื่อสารกับประชาชนอย่างแอคทีพในช่วงเวลาคับขันอย่างนี้ด้วย <div id="attachment_2363" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood1.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood1-300x270.jpg" alt="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" title="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" width="300" height="270" class="size-medium wp-image-2363" /></a><p class="wp-caption-text">การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับการช่วยเหลือวิกฤตการน้ำท่วมไทย 2554</p></div></p>
<div id="attachment_2372" class="wp-caption aligncenter" style="width: 644px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood3.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/thaiflood3.jpg" alt="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" title="thaiflood, น้ำท่วม, ประเทศไทย, วิกฤตการณ์, crisis, 2554, 2011" width="634" height="99" class="size-full wp-image-2372" /></a><p class="wp-caption-text">ขอบคุณทวีตจากคุณ @hema007 via @pea_thailand</p></div>
<p>รูปข้างบนนี้ได้จาก<a href="http://www.facebook.com/Provincial.Electricity.Authority">หน้าเฟซบุค</a>ของ PEA ต้องขอขอบคุณ คุณ <a href="http://twitter.com/#!/hema007">@hema007</a> ที่ได้ทวีตมาให้เช้านี้ค่ะ</p>
<p><strong>อีกส่วนที่เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูง (สฟ.) </strong>- ต้นทางการส่งไฟฟ้า จนกระทั่งถึงบ้านเรือน- ได้มีการเสริมแนวป้องกัน, ยกอุปกรณ์สำคัญสูงขึ้นระดับหนึ่ง, ถ้าน้ำท่วมระดับสูงจนเสี่ยงมากก็ต้องย้ายการจ่ายไฟฟ้าไป สฟ. อื่นๆ ซึ่ง <strong>EGAT/MEA/PEA</strong> ต้องร่วมมือกัน</p>
<h1>(3) วิกฤตที่ปริมาณไฟฟ้าไม่พอต่อความต้องการ: การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย </h1>
<p>เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา ข่าวโรงไฟฟ้าวังน้อยถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถเดินเครื่องได้ <strong>EGAT</strong> ต้องตัดสินใจหยุดเดินเครื่องก่อนจะเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุปกรณ์สำคัญในโรงไฟฟ้า ทำให้ศูนย์ควบคุมฯ ต้องปรับแผนอย่างรวดเร็ว เรียกเดินเครื่องโรงไฟฟ้าอื่นที่มีความพร้อมทดแทนในระบบ National Grid เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการการใช้ไฟฟ้าทันทีทันใด<br />
ขณะเดียวกันต้องกันปริมาณสำรองไฟฟ้าให้พอต่อการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีคโหลดจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ ปริมาณสำรองฯ เหลืออยู่หมิ่นเหม่ทีเดียวแค่ 18% แต่เป็นความโชคดีมากที่บริเวณโรงไฟฟ้าอื่นที่เป็นโรงไฟฟ้าแบบผลิตกันตลอด 24 ชม. (Base Load Power Plants)  ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพร้อมกัน</p>
<p>ถัดมาอีก 2 วันจากการที่ <strong>MEA/PEA</strong> จำเป็นต้องตัดไฟฟ้าบางพื้นที่ เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่ว ก็ทำให้ระบบฯ ลดปริมาณที่ใช้ไปบ้าง ส่งผลให้ระบบมีความมั่นคงขึ้น ค่อยใจชื้นกันขึ้นมาบ้าง</p>
<p><strong>*** เห็นได้ว่า การรักษาความมั่นคงในระบบไฟฟ้าแห่งชาติ มีความจำเป็นอย่างสูงสุดทีเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งเรื่องการอยู่รอดของชีวิตคนที่ต้องกินทั้งอาหารที่อาศัยการปรุงสุกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำดื่มที่ผลิตจากการที่ต้องอาศัยไฟฟ้า และที่สำคัญในเรื่องการพยายามต่อสู้กับกองทัพน้ำอย่างในตอนนี้ ขาดเรื่องการสื่อสารที่ต้องชาร์จไฟฟ้ากันอยู่ตลอดไม่ได้เลย ***</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2011/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95-3-%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บล็อครางวัลที่ 1 ด้านวิทยาศาสตร์ Thailandblogawards 2011</title>
		<link>http://www.energythai.com/2011/1st-prize-science-blog/</link>
		<comments>http://www.energythai.com/2011/1st-prize-science-blog/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 06 Oct 2011 15:46:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>energythai</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blogger]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[award]]></category>
		<category><![CDATA[best writing]]></category>
		<category><![CDATA[blog]]></category>
		<category><![CDATA[science]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.energythai.com/?p=2652</guid>
		<description><![CDATA[ในที่สุด ได้รับรางวัลที่ 1 ด้านวิทยาศาสตร์ตามที่คาดหวังไว้ค่ะ สำหรับปี 2011 นี้มีสิ่งที่แตกต่างจากปีที่แล้วคือทาง Google ได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนอีก 1 รายจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 รายคือ OKnation, Bloggang และ Exteen การตัดสินได้รับข้อมูลว่าเป็นคณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและอาจารย์จากหลายสถาบันมาร่วมกันอ่านและตัดสินในแต่ละสาขาแตกต่างกันออกไป]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float:left;margin:10px 10px 10px 0;">
			<a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2F1st-prize-science-blog%2F"><br />
				<img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.energythai.com%2F2011%2F1st-prize-science-blog%2F&amp;style=normal&amp;b=2" height="61" width="50" /><br />
			</a>
		</div>
<p>ในที่สุด ได้<strong>รับรางวัลที่ 1 ด้านวิทยาศาสตร์</strong>ตามที่คาดหวังไว้ค่ะ </p>
<p><a href="http://www.thailandblogaward.com/welcome/event_announcement">งานรับรางวัลในวันที่ 6 ตุลาคม 2554</a> นี้ ค่อนข้างคึกคัก ผู้เข้าร่วมงานเยอะ และที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใครก็เนื่องจากการรายงานตัวจะมาแบบเป็นชื่อนามสกุล แต่ผู้ประสานงานต้องถามย้ำกันเพื่อความชัวร์ว่า&#8221;บล็อคไหนคะ&#8221; จนรู้สึกว่า<strong>สื่อออนไลน์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Definition ของนายคนนี้คนนั้นไปแล้ว!!!</strong> </p>
<p>เริ่มเปิดงานโดย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และประกาศผลรางวัลเป็นช่วงๆ สลับกับการแสดง และหนึ่งในพิธีกรก็เป็นผู้ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในหมู่ <strong>Tweeples</strong> คือ คุณ <a href="https://twitter.com/#!/noppatjak">@noppatjak</a> นั่นเอง<br />
<div id="attachment_2663" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/Chairman.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/Chairman-300x225.jpg" alt="Chairman thailand blog award energythai.com" title="Chairman thailand blog award energythai.com" width="300" height="225" class="size-medium wp-image-2663" /></a><p class="wp-caption-text">ประธานกล่าวเปิดงาน</p></div></p>
<p><div id="attachment_2666" class="wp-caption aligncenter" style="width: 208px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/MCs.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/MCs-198x300.jpg" alt="Moderator Thailand blog award energythai.com" title="Moderator Thailand blog award energythai.com" width="198" height="300" class="size-medium wp-image-2666" /></a><p class="wp-caption-text">พิธีกรประกาศรางวัล</p></div><br />
สำหรับ<strong>ปี 2011 นี้มีสิ่งที่แตกต่างจากปีที่แล้วคือทาง Google ได้เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนอีก 1 รายจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 รายคือ OKnation, Bloggang และ Exteen</strong></p>
<p><div id="attachment_2672" class="wp-caption aligncenter" style="width: 233px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/2-prize-in-hand.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/2-prize-in-hand-223x300.jpg" alt="2 prize in hand energythai.com thailand blog award" title="2 prize in hand energythai.com thailand blog award" width="223" height="300" class="size-medium wp-image-2672" /></a><p class="wp-caption-text">2 รางวัลด้าน Science และ Best Writing</p></div><br />
<div id="attachment_2673" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/bloggers.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/bloggers-300x223.jpg" alt="bloggers Best Writing energythai.com thailand blog award" title="bloggers Best Writing energythai.com thailand blog award" width="300" height="223" class="size-medium wp-image-2673" /></a><p class="wp-caption-text">รูปหมู่คุณ @adisaklive และกลุ่ม Bloggers รางวัล Best Writing</p></div></p>
<p>การตัดสินจากที่ได้สอบถามจากคุณ <a href="https://twitter.com/#!/tpagon">@tpagon</a> ได้รับข้อมูลว่าคณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและอาจารย์จากหลายสถาบันมาร่วมกันอ่านและตัดสินในแต่ละสาขาแตกต่างกันออกไป<br />
<div id="attachment_2655" class="wp-caption aligncenter" style="width: 550px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/committee-science2.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/committee-science2.jpg" alt="committee-science thailand blog award energythai.com" title="committee-science thailand blog award energythai.com" width="540" height="187" class="size-full wp-image-2655" /></a><p class="wp-caption-text">รายชื่อคณะกรรมการตัดสิน Blog สาขา Science</p></div></p>
<p>และที่เหนือความคาดหวัง คือ ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 Best Writing อีก 1 รางวัล จึงได้แปะรายชื่อคณะกรรมการรางวัลกลุ่ม Best มาให้ดูกันดังนี้ค่ะ<br />
<div id="attachment_2659" class="wp-caption aligncenter" style="width: 536px"><a href="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/committee-Best.jpg"><img src="http://www.energythai.com/wp-content/uploads/2011/10/committee-Best.jpg" alt="committee-Best thailand blog award energythai.com" title="committee-Best thailand blog award energythai.com" width="526" height="236" class="size-full wp-image-2659" /></a><p class="wp-caption-text">รายชื่อคณะกรรมการ Best Writing และ Best of the Best</p></div></p>
<p>การร่วมงานในวันนี้ทำให้ได้พบกับกลุ่ม<strong>ผู้เขียนบล็อค</strong> หรือ <strong>Bloggers</strong> ทั่วประเทศที่คัดสรรแล้ว ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเพิ่มโอกาสการติดตามบล็อคที่น่าสนใจให้กว้างขึ้นได้อย่างรวดเร็วค่ะ</p>
<p>ดูรูปเพิ่มเติมได้จากหน้า <a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.273817359316200.71149.125645040800100&#038;type=1">facebook page: thailand Blog Awards</a> และ<br />
<a href="http://www.facebook.com/media/set/?set=a.10150312152617862.347398.594652861&#038;type=1">facebook Thailand Blog Awards album</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.energythai.com/2011/1st-prize-science-blog/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

